FAQ
BullVPN คือแอปพลิเคชัน VPN (Virtual Private Network) ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านเซิร์ฟเวอร์ในประเทศต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวและเข้าถึงบริการออนไลน์จากหลายประเทศได้
จุดเด่นของ BullVPN:
- รองรับ iOS, iPad, MacOS, Android, Android TV และ Windows 11 ขึ้นไป
- มีเซิร์ฟเวอร์ 266 เซิร์ฟเวอร์ ใน 56 ประเทศ
- รองรับโปรโตคอล IKEv2, OpenVPN และ WireGuard (ตามอุปกรณ์ที่รองรับ)
- 1 บัญชีใช้งานได้พร้อมกัน 4 อุปกรณ์
- มีวันทดลองใช้ฟรี 1 วัน สำหรับผู้สมัครใหม่ที่ยืนยันอีเมลเรียบร้อย
มีบริการทดลองใช้ฟรี 1 วัน สำหรับผู้ใช้งานที่สมัครสมาชิกและยืนยันอีเมลเรียบร้อยแล้ว โดยอีเมลที่ใช้สมัครต้องเป็นอีเมลโดเมนทั่วไป เช่น Gmail, Hotmail หรือ Yahoo
ผู้ใช้งานในช่วงทดลองใช้ฟรีจะสามารถเชื่อมต่อได้เฉพาะเซิร์ฟเวอร์ที่มีสัญลักษณ์มงกุฎสีเงินเท่านั้น
สมัครได้ที่เว็บไซต์ bullvpn.com/signup.
การเริ่มใช้งาน BullVPN สามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้
- สมัครสมาชิกผ่านเว็บไซต์ BullVPN และยืนยันอีเมลให้เรียบร้อย
- ติดตั้งแอป BullVPN บนอุปกรณ์ที่ต้องการใช้งาน
- เข้าสู่ระบบด้วย Username หรือ Email ที่สมัครไว้
- เลือกเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการเชื่อมต่อ และกดเชื่อมต่อ
- เมื่อสถานะขึ้นว่า “Connected” แสดงว่าเชื่อมต่อสำเร็จและพร้อมใช้งาน
หากสถานะค้างที่ “Connecting” เป็นเวลานาน แนะนำให้ลองเปลี่ยนไปเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์อื่นแทน
บริการ BullVPN มีแพ็กเกจและราคาหลายรูปแบบตั้งแต่รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี โดยคิดค่าบริการดังนี้
รายสัปดาห์
- 7 วัน 99 บาท
รายเดือน
- 1 เดือน 249 บาท
- 3 เดือน 649 บาท
- 6 เดือน 1,149 บาท
รายปี
- 1 ปี 1,990 บาท
- 2 ปี 3,490 บาท
ทุกแพ็กเกจสามารถใช้งานได้พร้อมกัน 4 อุปกรณ์ ต่อ 1 บัญชี และสามารถซื้อจำนวนอุปกรณ์เพิ่มเติมได้หากต้องการใช้งานมากกว่า 4 อุปกรณ์
BullVPN รองรับช่องทางการชำระเงินดังต่อไปนี้
- Thai QR Payment (QR Code)
- บัตรเครดิต / บัตรเดบิต
- PayPal
- TrueMoney Wallet
- โอนผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย
- In-App Purchase ผ่าน Google Play และ Apple App Store
ช่องทางชำระเงินส่วนใหญ่เป็นระบบอัตโนมัติ โดยวันใช้งานจะได้รับทันทีหลังชำระเงินสำเร็จ ยกเว้นการโอนผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย ซึ่งอาจใช้เวลาตรวจสอบตั้งแต่ 1 ชั่วโมงถึง 1 วัน หลังจากแจ้งโอนเงินผ่านเว็บไซต์เรียบร้อยแล้ว
ตรวจสอบว่ามีการตั้ง วันเปิดใช้งานล่วงหน้า (Active Date) ไว้หรือไม่ หากมี ระบบจะเพิ่มวันใช้งานให้ในวันที่กำหนด สามารถตรวจสอบได้ที่เมนู บัญชีของฉัน ⭢ ประวัติการชำระเงิน
หากไม่ได้ตั้งวันเปิดใช้งานไว้ ให้ลองดำเนินการดังนี้
- ตรวจสอบวันใช้งานผ่านเว็บไซต์ BullVPN ในเมนู My Account
- กด Reload Account
- ปิดและเปิดแอป BullVPN ใหม่
- ออกจากระบบ (Logout) และเข้าสู่ระบบ (Login) อีกครั้ง
หากยังไม่ได้รับวันใช้งาน กรุณาติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า พร้อมส่ง Username และหลักฐานการชำระเงินจากธนาคาร
- กรณีชำระผ่าน Apple App Store: ส่งหน้าประวัติการซื้อ (Purchase History)
- กรณีชำระผ่าน Google Play: ส่งหลักฐานที่มีหมายเลข GPA ชัดเจน หรืออีเมลใบเสร็จจาก Google
ทีมงานจะตรวจสอบรายการและดำเนินการช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด
สามารถเปลี่ยนรหัสผ่านได้ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ BullVPN โดยมีขั้นตอนดังนี้
- เข้าสู่ระบบที่เว็บไซต์ BullVPN
- ไปที่เมนู บัญชีของฉัน (My Account)
- เลือก เปลี่ยนรหัสผ่าน
- กรอกรหัสผ่านปัจจุบัน และตั้งรหัสผ่านใหม่
- กดยืนยันการเปลี่ยนรหัสผ่าน
เมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ระบบจะอัปเดตรหัสผ่านใหม่ให้ทันที และสามารถใช้รหัสผ่านใหม่ในการเข้าสู่ระบบได้เลย
หมายเหตุ: หากลืมรหัสผ่าน สามารถใช้ฟังก์ชัน ลืมรหัสผ่าน (Forgot Password) บนหน้าเข้าสู่ระบบ เพื่อรับลิงก์สำหรับตั้งรหัสผ่านใหม่ผ่านอีเมลที่ใช้สมัครสมาชิกได้
หากลืมรหัสผ่าน สามารถตั้งรหัสผ่านใหม่ได้ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ BullVPN โดยมีขั้นตอนดังนี้
- เข้าเว็บไซต์ BullVPN
- ไปที่หน้า เข้าสู่ระบบ (Login)
- กด ลืมรหัสผ่าน? (Forgot Password)
- กรอกอีเมลที่ใช้สมัครสมาชิก
- กดรับลิงก์สำหรับรีเซ็ตรหัสผ่าน
- เปิดอีเมลและดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ตามขั้นตอนที่ได้รับ
หากไม่ได้รับอีเมลรีเซ็ตรหัสผ่าน
- ตรวจสอบในกล่องจดหมายขยะ (Spam), ถังขยะ หรือแท็บโปรโมชัน
- ตรวจสอบว่าใช้อีเมลเดียวกับที่สมัครสมาชิก BullVPN
- หากยังไม่ได้รับอีเมล สามารถลองส่งคำขอใหม่ได้ โดยระบบรองรับการขอลิงก์รีเซ็ตได้สูงสุด 5 ครั้ง และหากครบจำนวน จะต้องรอประมาณ 20–25 นาที ก่อนขอใหม่อีกครั้ง
หมายเหตุ: หากอีเมลที่ใช้สมัครสมาชิกไม่สามารถใช้งานได้แล้ว อาจจำเป็นต้องสมัครบัญชีใหม่และติดต่อทีมงานเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม
บัญชี BullVPN 1 บัญชี สามารถใช้งานและเชื่อมต่อพร้อมกันได้สูงสุด 4 อุปกรณ์ โดยรองรับการใช้งานข้ามแพลตฟอร์ม เช่น iOS, Android, Windows, macOS และ Android TV
หากต้องการใช้งานมากกว่า 4 อุปกรณ์ สามารถซื้อจำนวนอุปกรณ์ (Devices) เพิ่มเติมได้ผ่านระบบสั่งซื้อแพ็กเกจของ BullVPN : bullvpn.com/devices
หรือลบอุปกรณ์ที่ไม่ใช้งานแล้วออกจากบัญชีของคุณได้จากเมนูจัดการอุปกรณ์ ที่หน้าเว็บไซต์ BullVPN : https://www.bullvpn.com/th/member/manage-device
สามารถเชื่อมต่อ VPN ผ่านแอป BullVPN ได้ตามขั้นตอนดังนี้
- ติดตั้งแอป BullVPN บนอุปกรณ์ที่ต้องการใช้งาน
- เข้าสู่ระบบด้วย Username หรือ Email ที่สมัครสมาชิกไว้
- เลือกเซิร์ฟเวอร์ (Server) ที่ต้องการเชื่อมต่อ
- กดเชื่อมต่อ (Connect)
- เมื่อสถานะขึ้นว่า "Connected" แสดงว่าเชื่อมต่อ VPN สำเร็จและพร้อมใช้งาน
หากสถานะขึ้นว่า "Connecting" เป็นเวลานาน หรือไม่สามารถเชื่อมต่อได้ แนะนำให้ลองเปลี่ยนไปใช้เซิร์ฟเวอร์อื่นและเชื่อมต่อใหม่อีกครั้ง
หมายเหตุ: การใช้งาน BullVPN จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก่อน จึงจะสามารถเชื่อมต่อ VPN ได้
BullVPN มีเซิร์ฟเวอร์ให้บริการทั้งหมด 266 เซิร์ฟเวอร์ ใน 56 ประเทศ ครอบคลุมภูมิภาคสำคัญทั่วโลก ได้แก่
- เอเชีย (เช่น ไทย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สิงคโปร์, ฮ่องกง, อินเดีย)
- ยุโรป (เช่น สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์)
- อเมริกาเหนือ (เช่น สหรัฐอเมริกา, แคนาดา)
- อเมริกาใต้
- โอเชียเนีย (เช่น ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์)
- ตะวันออกกลาง และภูมิภาคอื่น ๆ
ผู้ใช้งานสามารถเลือกเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ในประเทศที่ต้องการได้ผ่านแอป BullVPN โดยรายชื่อประเทศและเซิร์ฟเวอร์ที่เปิดให้บริการอาจมีการปรับปรุงเพิ่มเติมตามการให้บริการของระบบ สามารถดู Server VPN เพิ่มเติมหรือ Update แล้วได้ที่นี่ : Locations VPN
โดยทั่วไป การเชื่อมต่อ VPN อาจทำให้ความเร็วอินเทอร์เน็ตลดลงได้เล็กน้อย เนื่องจากข้อมูลต้องถูกส่งผ่านเซิร์ฟเวอร์ VPN ก่อนถึงปลายทาง
อย่างไรก็ตาม ความเร็วในการใช้งานจริงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- ความเร็วอินเทอร์เน็ตต้นทางของผู้ใช้งาน
- ระยะห่างระหว่างผู้ใช้งานกับเซิร์ฟเวอร์ VPN
- ความหนาแน่นของผู้ใช้งานในเซิร์ฟเวอร์นั้น
- คุณภาพของเครือข่ายและเว็บไซต์ปลายทาง
ในบางกรณี การเปลี่ยนไปใช้เซิร์ฟเวอร์อื่นที่เหมาะสมกว่าอาจช่วยให้การเชื่อมต่อมีความเสถียรและตอบสนองได้ดีขึ้น หากพบว่าความเร็วช้ากว่าปกติ แนะนำให้ลองเปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์หรือโปรโตคอลการเชื่อมต่อ และตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตต้นทางของผู้ใช้งานด้วย
สามารถใช้งาน BullVPN ในประเทศจีนได้ โดยแนะนำให้เลือกใช้งานเซิร์ฟเวอร์และโปรโตคอลที่เหมาะสมกับเครือข่ายในพื้นที่
สำหรับผู้ที่ใช้งาน TikTok ไทยจากประเทศจีน สามารถเชื่อมต่อผ่าน Server Thailand หรือ TH for China ได้ตามคำแนะนำของระบบ
อย่างไรก็ตาม ประเทศจีนมีการควบคุมและจำกัดการใช้งาน VPN ในบางช่วงเวลาและบางเครือข่าย จึงอาจส่งผลให้การเชื่อมต่อบางเซิร์ฟเวอร์หรือบางโปรโตคอลใช้งานได้ไม่เสถียร หากพบปัญหาในการเชื่อมต่อ แนะนำให้เปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์หรือโปรโตคอลการเชื่อมต่อ และติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม
BullVPN สามารถใช้งานร่วมกับบริการสตรีมมิ่งในบางประเทศได้ โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ของประเทศที่ต้องการเพื่อเข้าถึงเนื้อหาตามภูมิภาคนั้น ๆ ได้
อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งหลายรายมีการตรวจจับและบล็อกการใช้งาน VPN อยู่ตลอดเวลา ทำให้ BullVPN ไม่สามารถรับประกันได้ว่าทุกบริการสตรีมมิ่งจะสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะบริการที่มีการอัปเดตระบบป้องกัน VPN อย่างสม่ำเสมอ
รายชื่อบริการสตรีมมิ่งยอดนิยมที่เราปลดล็อกนั้นสามารถดูได้ที่นี่ : https://www.bullvpn.com/services
หากคุณไม่พบบริการที่คุณต้องการเข้าถึง โปรดแจ้งให้เราทราบทางช่องทางติดต่อของฝ่ายบริการลูกค้า เรากำลังรวบรวมความคิดเห็นจากผู้ใช้งานเพื่อนำเซิร์ฟเวอร์สตรีมมิ่งใหม่มาใช้ในอนาคต
BullVPN ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับประกันการลดค่า Ping โดยตรง อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี VPN อาจช่วยให้ค่า Ping ดีขึ้นได้ หากเส้นทางการเชื่อมต่อผ่านเซิร์ฟเวอร์ VPN มีประสิทธิภาพมากกว่าเส้นทางปกติของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต
ในทางกลับกัน การเชื่อมต่อ VPN อาจทำให้ค่า Ping สูงขึ้นได้เช่นกัน เนื่องจากข้อมูลต้องถูกส่งผ่านเซิร์ฟเวอร์ VPN ก่อนถึงปลายทาง
ค่า Ping ที่ผู้ใช้งานได้รับจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- ตำแหน่งของเซิร์ฟเวอร์เกมหรือบริการปลายทาง
- ระยะทางระหว่างผู้ใช้งานกับเซิร์ฟเวอร์ VPN
- คุณภาพของเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
- ความหนาแน่นของผู้ใช้งานบนเซิร์ฟเวอร์
หากต้องการค่า Ping ที่ดีที่สุด แนะนำให้ทดลองเชื่อมต่อหลายเซิร์ฟเวอร์ และเลือกเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ใกล้กับเซิร์ฟเวอร์เกมหรือบริการที่ใช้งานมากที่สุด
ปัจจุบัน BullVPN รองรับ Protocol หลักดังนี้
- IKEv2 – เชื่อมต่อได้รวดเร็ว ใช้งานง่าย และรองรับบนหลายอุปกรณ์
- OpenVPN – เน้นความเสถียรและความเข้ากันได้กับเครือข่ายหลากหลายรูปแบบ
- WireGuard – เน้นความเร็วสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพในการใช้งานอินเทอร์เน็ต
- Super Protocol - เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่อาศัยอยู่ในประเทศที่จำกัดการใช้งาน VPN มีความสามารถในการทะลุบล็อกได้ดีเยี่ยม
หมายเหตุ: แต่ละ Protocol มีจุดเด่นแตกต่างกัน ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้งานได้อย่างอิสระ หากมีข้อสงสัย หรือติดปัญหาในการใช้งานสามารถสอบถามทีมงานเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม
VPN (Virtual Private Network) และ Proxy ต่างกันที่ "ระดับความปลอดภัย" และ "ขอบเขตการทำงาน"
VPN: เหมือนการใส่ชุดล่องหนและเดินทางผ่าน อุโมงค์ส่วนตัว ข้อมูลทั้งหมดจะถูก เข้ารหัส ตั้งแต่ออกจากเครื่องจนถึงปลายทาง แฮกเกอร์หรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ก็ไม่เห็นว่าเรากำลังทำอะไร
Proxy: เหมือนการให้คนอื่นไปส่งจดหมายแทนเรา โดยเปลี่ยนแค่ที่อยู่ (IP Address) ปลายทาง แต่ข้อมูลที่ส่งไปไม่ได้ถูกเข้ารหัส คนกลางหรือผู้ให้บริการเครือข่ายยังเห็นว่าข้อมูลข้างในคืออะไร
หากไม่สามารถเชื่อมต่อ BullVPN ได้ แนะนำให้ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาเบื้องต้นตามลำดับดังนี้
- ตรวจสอบว่าอินเทอร์เน็ตใช้งานได้ตามปกติ
- เปลี่ยนไปเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์อื่น
- กด Re-connect VPN หรือปิดแล้วเปิดแอปใหม่
- ออกจากระบบ (Logout) และเข้าสู่ระบบ (Login) ใหม่
- เปลี่ยน Protocol ที่ใช้งาน เช่น IKEv2, OpenVPN หรือ WireGuard ตามอุปกรณ์ที่รองรับ
- ตรวจสอบและลบ VPN Profile เดิม จากนั้นเชื่อมต่อใหม่เพื่อให้ระบบสร้าง Profile ใหม่อัตโนมัติ
หากยังไม่สามารถเชื่อมต่อได้ กรุณาติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าพร้อมแจ้งข้อมูลดังนี้
- Username หรือ Email ที่ใช้สมัคร
- ประเทศที่ใช้งาน
- ภาพหรือวิดีโอปัญหาที่พบ
- ชื่อเซิร์ฟเวอร์และ Protocol ที่ใช้งานอยู่
เพื่อให้ทีมงานช่วยตรวจสอบและแนะนำวิธีแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว
หากพบว่าอินเทอร์เน็ตช้าหลังเชื่อมต่อ BullVPN แนะนำให้ลองแก้ไขตามขั้นตอนดังนี้
- เปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์ (Server) ไปยังเซิร์ฟเวอร์อื่นในประเทศเดียวกัน หรือประเทศใกล้เคียง
- เปลี่ยน Protocol ที่ใช้งาน เช่น IKEv2, OpenVPN หรือ WireGuard (ตามอุปกรณ์ที่รองรับ)
- ทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตต้นทาง
- ประเทศจีน: speedtest.adslthailand.com
- ประเทศอื่น: speedtest.net - หากความเร็วอินเทอร์เน็ตต้นทาง ต่ำกว่า 10 Mbps อาจส่งผลให้การใช้งาน VPN ช้าหรือไม่เสถียร แนะนำให้เปลี่ยนเครือข่ายหรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหากเป็นไปได้
- หากใช้งานผ่านเครือข่ายมือถือ ควรตรวจสอบว่าสัญญาณมีความแรงเพียงพอ เนื่องจากสัญญาณอ่อนอาจทำให้ความเร็วลดลงได้
หากทดลองเปลี่ยนหลายเซิร์ฟเวอร์และหลาย Protocol แล้ว แต่ยังพบว่าอินเทอร์เน็ตช้าผิดปกติในทุกเซิร์ฟเวอร์ สามารถติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อให้ทีมงานตรวจสอบ
หาก BullVPN แสดงสถานะ "Connecting" เป็นเวลานานและไม่สามารถเชื่อมต่อได้ แนะนำให้ลองแก้ไขตามขั้นตอนดังนี้
- ตรวจสอบว่าอินเทอร์เน็ตใช้งานได้ตามปกติ
- เปลี่ยนไปเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์อื่น
- ปิดและเปิดแอป BullVPN ใหม่
- เปลี่ยน Protocol ที่ใช้งาน เช่น IKEv2, OpenVPN หรือ WireGuard (ตามอุปกรณ์ที่รองรับ)
- ลบ VPN Profile เดิม แล้วเชื่อมต่อใหม่เพื่อให้ระบบสร้าง Profile ใหม่อัตโนมัติ
- ตรวจสอบว่าแอป BullVPN เป็นเวอร์ชันล่าสุด
หากใช้งานอยู่ใน ประเทศจีน รัสเซีย หรือประเทศที่มีการบล็อก VPN อย่างเข้มงวด อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้เซิร์ฟเวอร์กลุ่ม For China หรือใช้งาน Ptotocol ตามคำแนะนำของทีมงาน
หากยังไม่สามารถเชื่อมต่อได้ กรุณาติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าพร้อมแจ้งข้อมูลต่อไปนี้
- Username หรือ Email ที่ใช้สมัคร
- ประเทศที่ใช้งาน
- ชื่อเซิร์ฟเวอร์ที่เชื่อมต่อ
- Protocol ที่ใช้งาน
- ภาพหรือวิดีโอปัญหาที่พบ
เพื่อให้ทีมงานช่วยตรวจสอบและแนะนำแนวทางแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว
หาก BullVPN หลุดการเชื่อมต่อบ่อย หรือเชื่อมต่อได้ไม่นานแล้วหลุด แนะนำให้ตรวจสอบตามขั้นตอนดังนี้
- ตรวจสอบความเสถียรของอินเทอร์เน็ต
- หากใช้งานผ่าน Wi-Fi ให้ลองสลับไปใช้เครือข่ายอื่น - หากใช้งานผ่าน Mobile Data ควรมีสัญญาณที่แรงและเสถียร
- เปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์ (Server) - ลองเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์อื่นในประเทศเดียวกัน
- หลีกเลี่ยงการใช้งานเซิร์ฟเวอร์เดิมซ้ำ ๆ หากพบปัญหา - เปลี่ยน Protocol
- ทดลองสลับระหว่าง IKEv2, OpenVPN หรือ WireGuard ตามอุปกรณ์ที่รองรับ - เปิดใช้งาน Auto Re-connect VPN
- เพื่อให้ระบบเชื่อมต่อกลับอัตโนมัติเมื่อ VPN หลุด - ลบและติดตั้ง VPN Profile ใหม่
- หากพบปัญหาต่อเนื่อง ให้ลบ Profile VPN เดิมออกจากอุปกรณ์ แล้วเชื่อมต่อใหม่ - ทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต
- หากความเร็วต่ำกว่า 10 Mbps อาจส่งผลให้ VPN หลุดหรือไม่เสถียรได้ - หากยังพบปัญหาอยู่ กรุณาติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าพร้อมแจ้ง
- Username หรือ Email
- ประเทศที่ใช้งาน
- เซิร์ฟเวอร์ที่เชื่อมต่อ
- Protocol ที่ใช้งาน
- ภาพหรือวิดีโอปัญหา
เพื่อให้ทีมงานตรวจสอบ Logs และแนะนำเซิร์ฟเวอร์ที่เหมาะสมเพิ่มเติม
ประเทศจีนมีการบล็อก VPN อย่างเข้มงวด ทำให้บางเซิร์ฟเวอร์หรือบาง Protocol อาจไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ
หากไม่สามารถเชื่อมต่อ BullVPN ได้ แนะนำให้ลองดำเนินการดังนี้
- เปลี่ยนไปใช้เซิร์ฟเวอร์กลุ่ม For China
- ทดลองเปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์หลายตัว โดยไม่ใช้เซิร์ฟเวอร์เดิมซ้ำ
- เปลี่ยน Protocol ที่ใช้งาน
- ลบ VPN Profile เดิม แล้วเชื่อมต่อใหม่
- ทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตต้นทางผ่าน speedtest.adslthailand.com
หากลองหลายเซิร์ฟเวอร์แล้วแต่ยังไม่สามารถเชื่อมต่อได้ ทีมงานอาจแนะนำให้ใช้งาน V2Ray ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับผู้ใช้งานในประเทศที่มีการบล็อก VPN อย่างเข้มงวด เช่น จีน
สำหรับลูกค้าที่อยู่ในประเทศจีน BullVPN มีช่องทาง WeChat สำหรับดูแลโดยเฉพาะ
WeChat ID: BullVPN
หากต้องการให้ทีมงานช่วยตรวจสอบเพิ่มเติม กรุณาแจ้ง
- Username หรือ Email
- ประเทศที่ใช้งาน
- เซิร์ฟเวอร์ที่ทดลองเชื่อมต่อ
- Protocol ที่ใช้งาน
- ภาพหรือวิดีโอปัญหาที่พบ
เพื่อให้ทีมงานช่วยวิเคราะห์และแนะนำเซิร์ฟเวอร์ที่เหมาะสม
สำหรับผู้ใช้งานในประเทศจีน แนะนำให้เลือกใช้งานเซิร์ฟเวอร์กลุ่ม For China ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพเครือข่ายและข้อจำกัดการเชื่อมต่อภายในประเทศจีนโดยเฉพาะ
คำแนะนำในการเลือกเซิร์ฟเวอร์
- หากต้องการใช้งานทั่วไป เช่น Google, YouTube, Facebook หรือเว็บไซต์ต่างประเทศ ให้เลือกเซิร์ฟเวอร์ในกลุ่ม For China
- หากต้องการใช้งานแอปหรือบริการของไทย แนะนำ TH for China หรือเซิร์ฟเวอร์ประเทศไทยที่ทีมงานแนะนำ
- หากเซิร์ฟเวอร์ใดเชื่อมต่อไม่ได้ ควรทดลองเปลี่ยนไปใช้เซิร์ฟเวอร์อื่นในกลุ่มเดียวกัน เนื่องจากสถานการณ์การบล็อกอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
หมายเหตุ: สำหรับผู้ใช้งานในจีน โดยทั่วไป IKEv2 และ Super Protocol มักมีประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อดีกว่า Protocol อื่น และเป็น Protocol เริ่มต้นของ BullVPN บนหลายแพลตฟอร์ม
หากทดลองหลายเซิร์ฟเวอร์แล้วแต่ยังไม่สามารถเชื่อมต่อได้ กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อขอรายชื่อเซิร์ฟเวอร์ที่แนะนำ
ประเทศจีนมีระบบควบคุมและกรองการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เข้มงวด ทำให้การเชื่อมต่อ VPN อาจถูกจำกัดหรือถูกรบกวนเป็นระยะ ส่งผลให้บางเซิร์ฟเวอร์หรือบาง Protocol ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติในบางช่วงเวลา
ปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการเชื่อมต่อ ได้แก่
- ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ที่ใช้งาน
- เมืองหรือมณฑลที่อาศัยอยู่
- ช่วงเวลาที่ใช้งาน
- เซิร์ฟเวอร์และ Protocol ที่เลือกเชื่อมต่อ
- มาตรการควบคุมอินเทอร์เน็ตที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
คำแนะนำสำหรับผู้ใช้งานในจีน
- เลือกเซิร์ฟเวอร์กลุ่ม For China
- ใช้งาน Protocol IKEv2 หรือ Super Protocol เป็นอันดับแรก
- ทดลองเปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์หากเชื่อมต่อไม่ได้
- หลีกเลี่ยงการใช้ WireGuard ในบางกรณี
หากพบปัญหาในการเชื่อมต่อ แนะนำให้ติดต่อทีมงานพร้อมแจ้งประเทศ เมืองที่อาศัยอยู่ และภาพปัญหาที่พบ เพื่อให้ทีมงานช่วยแนะนำเซิร์ฟเวอร์ที่เหมาะสมที่สุดในขณะนั้น
Private VPN คือบริการ VPN ที่ผู้ใช้งานจะได้รับ IP Address ส่วนตัว (Dedicated IP) หรือใช้งานผ่านเซิร์ฟเวอร์ที่จัดสรรเฉพาะ ไม่ต้องใช้งาน IP ร่วมกับผู้ใช้รายอื่นเหมือน VPN ทั่วไป
ข้อดีของ Private VPN
- ได้รับ IP ส่วนตัว (Dedicated IP)
- IP คงที่ (Fixed IP)
- ลดโอกาสที่ IP จะได้รับผลกระทบจากการใช้งานของผู้ใช้รายอื่น
- เหมาะสำหรับงานที่ต้องการกำหนด IP เฉพาะ เช่น การเข้าถึงระบบบริษัท เซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว หรือระบบที่มีการ Whitelist IP
เหมาะสำหรับ
- ผู้ที่ต้องการ Fixed IP
- ธุรกิจหรือองค์กรที่ต้องการจำกัดการเข้าถึงด้วย IP
- ผู้ที่ต้องการใช้งาน IP ส่วนตัวโดยเฉพาะ
หมายเหตุ: Private VPN แตกต่างจากแพ็กเกจ VPN ปกติที่ผู้ใช้งานจะใช้ IP ร่วมกับผู้ใช้รายอื่นบนเซิร์ฟเวอร์เดียวกัน หากต้องการใช้งาน Private VPN หรือ Dedicated IP สามารถติดต่อทีมงานเพื่อสอบถามรายละเอียดและแพ็กเกจที่เหมาะสม
BullVPN มีบริการสำหรับองค์กรที่ต้องการใช้งาน VPN ภายในบริษัท โดยสามารถเลือกใช้งานได้ทั้ง Private IP, White list IP ,Reseller หรือการสร้างบัญชีสำหรับพนักงานหลายคนภายใต้การจัดการของบัญชีหลัก
เหมาะสำหรับ
- บริษัทที่ต้องการให้พนักงานเชื่อมต่อผ่าน IP เดียวกัน
- องค์กรที่ต้องการกำหนดสิทธิ์การใช้งาน VPN ให้พนักงาน
- ธุรกิจที่ต้องการ Fixed IP หรือ Dedicated IP สำหรับเข้าถึงระบบภายใน
- ผู้ดูแลระบบที่ต้องการจัดการหลายบัญชีจากศูนย์กลาง
สิ่งที่ BullVPN สามารถให้บริการได้
- สร้าง Private IP สำหรับองค์กร
- สร้างบัญชีพนักงานหลายบัญชี
- จัดการบัญชีพนักงานผ่านบัญชีหลัก
หากสนใจใช้งานสำหรับองค์กร สามารถแจ้งจำนวนผู้ใช้งาน จำนวนบัญชีที่ต้องการ และประเทศของ IP ที่ต้องการใช้งาน เพื่อให้ทีมงานช่วยแนะนำแพ็กเกจที่เหมาะสม
เงื่อนไขการคืนเงิน
- ไม่สามารถยืนยันตัวตนเข้าสู่ระบบของเราได้
- หลังจากเข้าสู่ระบบไม่สามารถเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ของเราได้
- หลังจากเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ของเรา ไม่สามารถเปลี่ยน IP การเชื่อมต่อได้ตามที่โฆษณา
- การคืนเงินบริษัทจะดำเนินการให้เฉพาะปัญหาที่เกิดจากความบกพร่องของระบบหรือเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทเท่านั้น และผู้ใช้งานจะต้องให้ความร่วมมือในการพิสูจน์ยืนยันถึงความผิดปกติดังกล่าวจนจบกระบวนการ
หากติดปัญหาในการใช้งานสามารถติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อรับความช่วยเหลือได้ในทันที
- หากใช้งาน BullVPN ไปแล้วเกิน 7 วัน จะไม่สามารถทำการคืนเงินได้
- ขอสงวนสิทธิ์การขอคืนเงินเฉพาะลูกค้าที่มีการชำระค่าบริการแพ็คเกจ 1 เดือนขึ้นไป เท่านั้น
- ขอสงวนสิทธิ์การขอคืนเงินได้เฉพาะราคาแพ็คเกจปกติ การใช้โค้ดส่วนลดและโปรโมชั่น ไม่สามารถขอคืนเงินได้
- หากทีมงานสามารถแก้ไขปัญหาได้ภายใน 7 วัน ทีมงานยินดีมอบวันชดเชยให้กับลูกค้าโดยจะเริ่มนับจากวันที่แจ้งปัญหา
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงและนโยบาย ได้ที่ : https://www.bullvpn.com/term
บริการ BullVPN ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ โดยนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ได้อธิบายแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงและนโยบาย ได้ที่ : https://www.bullvpn.com/term
หากติดปัญหา หรือ มีข้อสงสัยในการใช้งาน BullVPN สามารถติดต่อฝ่ายช่วยเหลือผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
- Chat หน้าเว็บไซต์ของเรา: www.bullvpn.com
- Facebook Inbox: BullVPN official
- LINE: @bullvpn
- WeChat: bullvpn
- WhatsApp: +66 96 787 1632
- Email: [email protected]
- โทรศัพท์ : 096-787-1632
ช่วงเวลาให้บริการ ตามเวลาไทย (GMT+7)
- วันจันทร์ - อาทิตย์ 09.00 - 23.00 นาฬิกา
- วันหยุดพิเศษ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10.00 - 20.00 นาฬิกา
ทีมงานของเราจะติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด