pattern

FAQ

pattern faq
FAQ

BullVPN คือแอปพลิเคชัน VPN (Virtual Private Network) ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านเซิร์ฟเวอร์ในประเทศต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวและเข้าถึงบริการออนไลน์จากหลายประเทศได้

จุดเด่นของ BullVPN:

  • รองรับ iOS, iPad, MacOS, Android, Android TV และ Windows 11 ขึ้นไป
  • มีเซิร์ฟเวอร์ 266 เซิร์ฟเวอร์ ใน 56 ประเทศ
  • รองรับโปรโตคอล IKEv2, OpenVPN และ WireGuard (ตามอุปกรณ์ที่รองรับ)
  • 1 บัญชีใช้งานได้พร้อมกัน 4 อุปกรณ์
  • มีวันทดลองใช้ฟรี 1 วัน สำหรับผู้สมัครใหม่ที่ยืนยันอีเมลเรียบร้อย

มีบริการทดลองใช้ฟรี 1 วัน สำหรับผู้ใช้งานที่สมัครสมาชิกและยืนยันอีเมลเรียบร้อยแล้ว โดยอีเมลที่ใช้สมัครต้องเป็นอีเมลโดเมนทั่วไป เช่น Gmail, Hotmail หรือ Yahoo

ผู้ใช้งานในช่วงทดลองใช้ฟรีจะสามารถเชื่อมต่อได้เฉพาะเซิร์ฟเวอร์ที่มีสัญลักษณ์มงกุฎสีเงินเท่านั้น

สมัครได้ที่เว็บไซต์
 bullvpn.com/signup.

การเริ่มใช้งาน BullVPN สามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้

  1. สมัครสมาชิกผ่านเว็บไซต์ BullVPN และยืนยันอีเมลให้เรียบร้อย
  2. ติดตั้งแอป BullVPN บนอุปกรณ์ที่ต้องการใช้งาน
  3. เข้าสู่ระบบด้วย Username หรือ Email ที่สมัครไว้
  4. เลือกเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการเชื่อมต่อ และกดเชื่อมต่อ
  5. เมื่อสถานะขึ้นว่า “Connected” แสดงว่าเชื่อมต่อสำเร็จและพร้อมใช้งาน

หากสถานะค้างที่ “Connecting” เป็นเวลานาน แนะนำให้ลองเปลี่ยนไปเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์อื่นแทน

บริการ BullVPN มีแพ็กเกจและราคาหลายรูปแบบตั้งแต่รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี โดยคิดค่าบริการดังนี้

รายสัปดาห์

  • 7 วัน 99 บาท

รายเดือน

  • 1 เดือน 249 บาท
  • 3 เดือน 649 บาท
  • 6 เดือน 1,149 บาท

รายปี

  • 1 ปี 1,990 บาท
  • 2 ปี 3,490 บาท

ทุกแพ็กเกจสามารถใช้งานได้พร้อมกัน 4 อุปกรณ์ ต่อ 1 บัญชี และสามารถซื้อจำนวนอุปกรณ์เพิ่มเติมได้หากต้องการใช้งานมากกว่า 4 อุปกรณ์

BullVPN รองรับช่องทางการชำระเงินดังต่อไปนี้

  • Thai QR Payment (QR Code)
  • บัตรเครดิต / บัตรเดบิต
  • PayPal
  • TrueMoney Wallet
  • โอนผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย
  • In-App Purchase ผ่าน Google Play และ Apple App Store

ช่องทางชำระเงินส่วนใหญ่เป็นระบบอัตโนมัติ โดยวันใช้งานจะได้รับทันทีหลังชำระเงินสำเร็จ ยกเว้นการโอนผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย ซึ่งอาจใช้เวลาตรวจสอบตั้งแต่ 1 ชั่วโมงถึง 1 วัน หลังจากแจ้งโอนเงินผ่านเว็บไซต์เรียบร้อยแล้ว

ตรวจสอบว่ามีการตั้ง วันเปิดใช้งานล่วงหน้า (Active Date) ไว้หรือไม่ หากมี ระบบจะเพิ่มวันใช้งานให้ในวันที่กำหนด สามารถตรวจสอบได้ที่เมนู บัญชีของฉัน ⭢ ประวัติการชำระเงิน

หากไม่ได้ตั้งวันเปิดใช้งานไว้ ให้ลองดำเนินการดังนี้

  • ตรวจสอบวันใช้งานผ่านเว็บไซต์ BullVPN ในเมนู My Account
  • กด Reload Account
  • ปิดและเปิดแอป BullVPN ใหม่
  • ออกจากระบบ (Logout) และเข้าสู่ระบบ (Login) อีกครั้ง

หากยังไม่ได้รับวันใช้งาน กรุณาติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า พร้อมส่ง Username และหลักฐานการชำระเงินจากธนาคาร

  • กรณีชำระผ่าน Apple App Store: ส่งหน้าประวัติการซื้อ (Purchase History)
  • กรณีชำระผ่าน Google Play: ส่งหลักฐานที่มีหมายเลข GPA ชัดเจน หรืออีเมลใบเสร็จจาก Google

ทีมงานจะตรวจสอบรายการและดำเนินการช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด

สามารถเปลี่ยนรหัสผ่านได้ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ BullVPN โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. เข้าสู่ระบบที่เว็บไซต์ BullVPN
  2. ไปที่เมนู บัญชีของฉัน (My Account)
  3. เลือก เปลี่ยนรหัสผ่าน
  4. กรอกรหัสผ่านปัจจุบัน และตั้งรหัสผ่านใหม่
  5. กดยืนยันการเปลี่ยนรหัสผ่าน

เมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ระบบจะอัปเดตรหัสผ่านใหม่ให้ทันที และสามารถใช้รหัสผ่านใหม่ในการเข้าสู่ระบบได้เลย

หมายเหตุ: หากลืมรหัสผ่าน สามารถใช้ฟังก์ชัน ลืมรหัสผ่าน (Forgot Password) บนหน้าเข้าสู่ระบบ เพื่อรับลิงก์สำหรับตั้งรหัสผ่านใหม่ผ่านอีเมลที่ใช้สมัครสมาชิกได้

หากลืมรหัสผ่าน สามารถตั้งรหัสผ่านใหม่ได้ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ BullVPN โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. เข้าเว็บไซต์ BullVPN
  2. ไปที่หน้า เข้าสู่ระบบ (Login)
  3. กด ลืมรหัสผ่าน? (Forgot Password)
  4. กรอกอีเมลที่ใช้สมัครสมาชิก
  5. กดรับลิงก์สำหรับรีเซ็ตรหัสผ่าน
  6. เปิดอีเมลและดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ตามขั้นตอนที่ได้รับ

หากไม่ได้รับอีเมลรีเซ็ตรหัสผ่าน

  • ตรวจสอบในกล่องจดหมายขยะ (Spam), ถังขยะ หรือแท็บโปรโมชัน
  • ตรวจสอบว่าใช้อีเมลเดียวกับที่สมัครสมาชิก BullVPN
  • หากยังไม่ได้รับอีเมล สามารถลองส่งคำขอใหม่ได้ โดยระบบรองรับการขอลิงก์รีเซ็ตได้สูงสุด 5 ครั้ง และหากครบจำนวน จะต้องรอประมาณ 20–25 นาที ก่อนขอใหม่อีกครั้ง

หมายเหตุ: หากอีเมลที่ใช้สมัครสมาชิกไม่สามารถใช้งานได้แล้ว อาจจำเป็นต้องสมัครบัญชีใหม่และติดต่อทีมงานเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม

บัญชี BullVPN 1 บัญชี สามารถใช้งานและเชื่อมต่อพร้อมกันได้สูงสุด 4 อุปกรณ์ โดยรองรับการใช้งานข้ามแพลตฟอร์ม เช่น iOS, Android, Windows, macOS และ Android TV

หากต้องการใช้งานมากกว่า 4 อุปกรณ์ สามารถซื้อจำนวนอุปกรณ์ (Devices) เพิ่มเติมได้ผ่านระบบสั่งซื้อแพ็กเกจของ BullVPN : bullvpn.com/devices

หรือลบอุปกรณ์ที่ไม่ใช้งานแล้วออกจากบัญชีของคุณได้จากเมนูจัดการอุปกรณ์ ที่หน้าเว็บไซต์ BullVPN : https://www.bullvpn.com/th/member/manage-device

สามารถเชื่อมต่อ VPN ผ่านแอป BullVPN ได้ตามขั้นตอนดังนี้

  1. ติดตั้งแอป BullVPN บนอุปกรณ์ที่ต้องการใช้งาน
  2. เข้าสู่ระบบด้วย Username หรือ Email ที่สมัครสมาชิกไว้
  3. เลือกเซิร์ฟเวอร์ (Server) ที่ต้องการเชื่อมต่อ
  4. กดเชื่อมต่อ (Connect)
  5. เมื่อสถานะขึ้นว่า "Connected" แสดงว่าเชื่อมต่อ VPN สำเร็จและพร้อมใช้งาน

หากสถานะขึ้นว่า "Connecting" เป็นเวลานาน หรือไม่สามารถเชื่อมต่อได้ แนะนำให้ลองเปลี่ยนไปใช้เซิร์ฟเวอร์อื่นและเชื่อมต่อใหม่อีกครั้ง

หมายเหตุ: การใช้งาน BullVPN จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก่อน จึงจะสามารถเชื่อมต่อ VPN ได้

BullVPN มีเซิร์ฟเวอร์ให้บริการทั้งหมด 266 เซิร์ฟเวอร์ ใน 56 ประเทศ ครอบคลุมภูมิภาคสำคัญทั่วโลก ได้แก่

  • เอเชีย (เช่น ไทย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สิงคโปร์, ฮ่องกง, อินเดีย)
  • ยุโรป (เช่น สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์)
  • อเมริกาเหนือ (เช่น สหรัฐอเมริกา, แคนาดา)
  • อเมริกาใต้
  • โอเชียเนีย (เช่น ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์)
  • ตะวันออกกลาง และภูมิภาคอื่น ๆ

ผู้ใช้งานสามารถเลือกเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ในประเทศที่ต้องการได้ผ่านแอป BullVPN โดยรายชื่อประเทศและเซิร์ฟเวอร์ที่เปิดให้บริการอาจมีการปรับปรุงเพิ่มเติมตามการให้บริการของระบบ สามารถดู Server VPN เพิ่มเติมหรือ Update แล้วได้ที่นี่ : Locations VPN

โดยทั่วไป การเชื่อมต่อ VPN อาจทำให้ความเร็วอินเทอร์เน็ตลดลงได้เล็กน้อย เนื่องจากข้อมูลต้องถูกส่งผ่านเซิร์ฟเวอร์ VPN ก่อนถึงปลายทาง

อย่างไรก็ตาม ความเร็วในการใช้งานจริงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • ความเร็วอินเทอร์เน็ตต้นทางของผู้ใช้งาน
  • ระยะห่างระหว่างผู้ใช้งานกับเซิร์ฟเวอร์ VPN
  • ความหนาแน่นของผู้ใช้งานในเซิร์ฟเวอร์นั้น
  • คุณภาพของเครือข่ายและเว็บไซต์ปลายทาง

ในบางกรณี การเปลี่ยนไปใช้เซิร์ฟเวอร์อื่นที่เหมาะสมกว่าอาจช่วยให้การเชื่อมต่อมีความเสถียรและตอบสนองได้ดีขึ้น หากพบว่าความเร็วช้ากว่าปกติ แนะนำให้ลองเปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์หรือโปรโตคอลการเชื่อมต่อ และตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตต้นทางของผู้ใช้งานด้วย

สามารถใช้งาน BullVPN ในประเทศจีนได้ โดยแนะนำให้เลือกใช้งานเซิร์ฟเวอร์และโปรโตคอลที่เหมาะสมกับเครือข่ายในพื้นที่

สำหรับผู้ที่ใช้งาน TikTok ไทยจากประเทศจีน สามารถเชื่อมต่อผ่าน Server Thailand หรือ TH for China ได้ตามคำแนะนำของระบบ

อย่างไรก็ตาม ประเทศจีนมีการควบคุมและจำกัดการใช้งาน VPN ในบางช่วงเวลาและบางเครือข่าย จึงอาจส่งผลให้การเชื่อมต่อบางเซิร์ฟเวอร์หรือบางโปรโตคอลใช้งานได้ไม่เสถียร หากพบปัญหาในการเชื่อมต่อ แนะนำให้เปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์หรือโปรโตคอลการเชื่อมต่อ และติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม

BullVPN สามารถใช้งานร่วมกับบริการสตรีมมิ่งในบางประเทศได้ โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ของประเทศที่ต้องการเพื่อเข้าถึงเนื้อหาตามภูมิภาคนั้น ๆ ได้

อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งหลายรายมีการตรวจจับและบล็อกการใช้งาน VPN อยู่ตลอดเวลา ทำให้ BullVPN ไม่สามารถรับประกันได้ว่าทุกบริการสตรีมมิ่งจะสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะบริการที่มีการอัปเดตระบบป้องกัน VPN อย่างสม่ำเสมอ

รายชื่อบริการสตรีมมิ่งยอดนิยมที่เราปลดล็อกนั้นสามารถดูได้ที่นี่ : https://www.bullvpn.com/services

หากคุณไม่พบบริการที่คุณต้องการเข้าถึง โปรดแจ้งให้เราทราบทางช่องทางติดต่อของฝ่ายบริการลูกค้า เรากำลังรวบรวมความคิดเห็นจากผู้ใช้งานเพื่อนำเซิร์ฟเวอร์สตรีมมิ่งใหม่มาใช้ในอนาคต

BullVPN ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับประกันการลดค่า Ping โดยตรง อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี VPN อาจช่วยให้ค่า Ping ดีขึ้นได้ หากเส้นทางการเชื่อมต่อผ่านเซิร์ฟเวอร์ VPN มีประสิทธิภาพมากกว่าเส้นทางปกติของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต

ในทางกลับกัน การเชื่อมต่อ VPN อาจทำให้ค่า Ping สูงขึ้นได้เช่นกัน เนื่องจากข้อมูลต้องถูกส่งผ่านเซิร์ฟเวอร์ VPN ก่อนถึงปลายทาง

ค่า Ping ที่ผู้ใช้งานได้รับจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • ตำแหน่งของเซิร์ฟเวอร์เกมหรือบริการปลายทาง
  • ระยะทางระหว่างผู้ใช้งานกับเซิร์ฟเวอร์ VPN
  • คุณภาพของเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
  • ความหนาแน่นของผู้ใช้งานบนเซิร์ฟเวอร์

หากต้องการค่า Ping ที่ดีที่สุด แนะนำให้ทดลองเชื่อมต่อหลายเซิร์ฟเวอร์ และเลือกเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ใกล้กับเซิร์ฟเวอร์เกมหรือบริการที่ใช้งานมากที่สุด

ปัจจุบัน BullVPN รองรับ Protocol หลักดังนี้

  • IKEv2 – เชื่อมต่อได้รวดเร็ว ใช้งานง่าย และรองรับบนหลายอุปกรณ์
  • OpenVPN – เน้นความเสถียรและความเข้ากันได้กับเครือข่ายหลากหลายรูปแบบ
  • WireGuard – เน้นความเร็วสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพในการใช้งานอินเทอร์เน็ต
  • Super Protocol - เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่อาศัยอยู่ในประเทศที่จำกัดการใช้งาน VPN มีความสามารถในการทะลุบล็อกได้ดีเยี่ยม

หมายเหตุ: แต่ละ Protocol มีจุดเด่นแตกต่างกัน ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้งานได้อย่างอิสระ หากมีข้อสงสัย หรือติดปัญหาในการใช้งานสามารถสอบถามทีมงานเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม

VPN (Virtual Private Network) และ Proxy ต่างกันที่ "ระดับความปลอดภัย" และ "ขอบเขตการทำงาน"

VPN: เหมือนการใส่ชุดล่องหนและเดินทางผ่าน อุโมงค์ส่วนตัว ข้อมูลทั้งหมดจะถูก เข้ารหัส ตั้งแต่ออกจากเครื่องจนถึงปลายทาง แฮกเกอร์หรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ก็ไม่เห็นว่าเรากำลังทำอะไร

Proxy: เหมือนการให้คนอื่นไปส่งจดหมายแทนเรา โดยเปลี่ยนแค่ที่อยู่ (IP Address) ปลายทาง แต่ข้อมูลที่ส่งไปไม่ได้ถูกเข้ารหัส คนกลางหรือผู้ให้บริการเครือข่ายยังเห็นว่าข้อมูลข้างในคืออะไร

หากไม่สามารถเชื่อมต่อ BullVPN ได้ แนะนำให้ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาเบื้องต้นตามลำดับดังนี้

  1. ตรวจสอบว่าอินเทอร์เน็ตใช้งานได้ตามปกติ
  2. เปลี่ยนไปเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์อื่น
  3. กด Re-connect VPN หรือปิดแล้วเปิดแอปใหม่
  4. ออกจากระบบ (Logout) และเข้าสู่ระบบ (Login) ใหม่
  5. เปลี่ยน Protocol ที่ใช้งาน เช่น IKEv2, OpenVPN หรือ WireGuard ตามอุปกรณ์ที่รองรับ
  6. ตรวจสอบและลบ VPN Profile เดิม จากนั้นเชื่อมต่อใหม่เพื่อให้ระบบสร้าง Profile ใหม่อัตโนมัติ

หากยังไม่สามารถเชื่อมต่อได้ กรุณาติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าพร้อมแจ้งข้อมูลดังนี้

  • Username หรือ Email ที่ใช้สมัคร
  • ประเทศที่ใช้งาน
  • ภาพหรือวิดีโอปัญหาที่พบ
  • ชื่อเซิร์ฟเวอร์และ Protocol ที่ใช้งานอยู่

เพื่อให้ทีมงานช่วยตรวจสอบและแนะนำวิธีแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว

หากพบว่าอินเทอร์เน็ตช้าหลังเชื่อมต่อ BullVPN แนะนำให้ลองแก้ไขตามขั้นตอนดังนี้

  1. เปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์ (Server) ไปยังเซิร์ฟเวอร์อื่นในประเทศเดียวกัน หรือประเทศใกล้เคียง
  2. เปลี่ยน Protocol ที่ใช้งาน เช่น IKEv2, OpenVPN หรือ WireGuard (ตามอุปกรณ์ที่รองรับ)
  3. ทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตต้นทาง
    - ประเทศจีน: speedtest.adslthailand.com
    - ประเทศอื่น: speedtest.net
  4. หากความเร็วอินเทอร์เน็ตต้นทาง ต่ำกว่า 10 Mbps อาจส่งผลให้การใช้งาน VPN ช้าหรือไม่เสถียร แนะนำให้เปลี่ยนเครือข่ายหรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหากเป็นไปได้
  5. หากใช้งานผ่านเครือข่ายมือถือ ควรตรวจสอบว่าสัญญาณมีความแรงเพียงพอ เนื่องจากสัญญาณอ่อนอาจทำให้ความเร็วลดลงได้

หากทดลองเปลี่ยนหลายเซิร์ฟเวอร์และหลาย Protocol แล้ว แต่ยังพบว่าอินเทอร์เน็ตช้าผิดปกติในทุกเซิร์ฟเวอร์ สามารถติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อให้ทีมงานตรวจสอบ

หาก BullVPN แสดงสถานะ "Connecting" เป็นเวลานานและไม่สามารถเชื่อมต่อได้ แนะนำให้ลองแก้ไขตามขั้นตอนดังนี้

  1. ตรวจสอบว่าอินเทอร์เน็ตใช้งานได้ตามปกติ
  2. เปลี่ยนไปเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์อื่น
  3. ปิดและเปิดแอป BullVPN ใหม่
  4. เปลี่ยน Protocol ที่ใช้งาน เช่น IKEv2, OpenVPN หรือ WireGuard (ตามอุปกรณ์ที่รองรับ)
  5. ลบ VPN Profile เดิม แล้วเชื่อมต่อใหม่เพื่อให้ระบบสร้าง Profile ใหม่อัตโนมัติ
  6. ตรวจสอบว่าแอป BullVPN เป็นเวอร์ชันล่าสุด

หากใช้งานอยู่ใน ประเทศจีน รัสเซีย หรือประเทศที่มีการบล็อก VPN อย่างเข้มงวด อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้เซิร์ฟเวอร์กลุ่ม For China หรือใช้งาน Ptotocol ตามคำแนะนำของทีมงาน

หากยังไม่สามารถเชื่อมต่อได้ กรุณาติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าพร้อมแจ้งข้อมูลต่อไปนี้

  • Username หรือ Email ที่ใช้สมัคร
  • ประเทศที่ใช้งาน
  • ชื่อเซิร์ฟเวอร์ที่เชื่อมต่อ
  • Protocol ที่ใช้งาน
  • ภาพหรือวิดีโอปัญหาที่พบ

เพื่อให้ทีมงานช่วยตรวจสอบและแนะนำแนวทางแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว

หาก BullVPN หลุดการเชื่อมต่อบ่อย หรือเชื่อมต่อได้ไม่นานแล้วหลุด แนะนำให้ตรวจสอบตามขั้นตอนดังนี้

  1. ตรวจสอบความเสถียรของอินเทอร์เน็ต
    - หากใช้งานผ่าน Wi-Fi ให้ลองสลับไปใช้เครือข่ายอื่น
  2. หากใช้งานผ่าน Mobile Data ควรมีสัญญาณที่แรงและเสถียร
    - เปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์ (Server)
  3. ลองเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์อื่นในประเทศเดียวกัน
    - หลีกเลี่ยงการใช้งานเซิร์ฟเวอร์เดิมซ้ำ ๆ หากพบปัญหา
  4. เปลี่ยน Protocol
    - ทดลองสลับระหว่าง IKEv2, OpenVPN หรือ WireGuard ตามอุปกรณ์ที่รองรับ
  5. เปิดใช้งาน Auto Re-connect VPN
    - เพื่อให้ระบบเชื่อมต่อกลับอัตโนมัติเมื่อ VPN หลุด
  6. ลบและติดตั้ง VPN Profile ใหม่
    - หากพบปัญหาต่อเนื่อง ให้ลบ Profile VPN เดิมออกจากอุปกรณ์ แล้วเชื่อมต่อใหม่
  7. ทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต
    - หากความเร็วต่ำกว่า 10 Mbps อาจส่งผลให้ VPN หลุดหรือไม่เสถียรได้
  8. หากยังพบปัญหาอยู่ กรุณาติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าพร้อมแจ้ง
    - Username หรือ Email
    - ประเทศที่ใช้งาน
    - เซิร์ฟเวอร์ที่เชื่อมต่อ
    - Protocol ที่ใช้งาน
    - ภาพหรือวิดีโอปัญหา

เพื่อให้ทีมงานตรวจสอบ Logs และแนะนำเซิร์ฟเวอร์ที่เหมาะสมเพิ่มเติม

ประเทศจีนมีการบล็อก VPN อย่างเข้มงวด ทำให้บางเซิร์ฟเวอร์หรือบาง Protocol อาจไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ

หากไม่สามารถเชื่อมต่อ BullVPN ได้ แนะนำให้ลองดำเนินการดังนี้

  1. เปลี่ยนไปใช้เซิร์ฟเวอร์กลุ่ม For China
  2. ทดลองเปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์หลายตัว โดยไม่ใช้เซิร์ฟเวอร์เดิมซ้ำ
  3. เปลี่ยน Protocol ที่ใช้งาน
  4. ลบ VPN Profile เดิม แล้วเชื่อมต่อใหม่
  5. ทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตต้นทางผ่าน speedtest.adslthailand.com

หากลองหลายเซิร์ฟเวอร์แล้วแต่ยังไม่สามารถเชื่อมต่อได้ ทีมงานอาจแนะนำให้ใช้งาน V2Ray ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับผู้ใช้งานในประเทศที่มีการบล็อก VPN อย่างเข้มงวด เช่น จีน

สำหรับลูกค้าที่อยู่ในประเทศจีน BullVPN มีช่องทาง WeChat สำหรับดูแลโดยเฉพาะ

WeChat ID: BullVPN

หากต้องการให้ทีมงานช่วยตรวจสอบเพิ่มเติม กรุณาแจ้ง

  • Username หรือ Email
  • ประเทศที่ใช้งาน
  • เซิร์ฟเวอร์ที่ทดลองเชื่อมต่อ
  • Protocol ที่ใช้งาน
  • ภาพหรือวิดีโอปัญหาที่พบ

เพื่อให้ทีมงานช่วยวิเคราะห์และแนะนำเซิร์ฟเวอร์ที่เหมาะสม

สำหรับผู้ใช้งานในประเทศจีน แนะนำให้เลือกใช้งานเซิร์ฟเวอร์กลุ่ม For China ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพเครือข่ายและข้อจำกัดการเชื่อมต่อภายในประเทศจีนโดยเฉพาะ

คำแนะนำในการเลือกเซิร์ฟเวอร์

  • หากต้องการใช้งานทั่วไป เช่น Google, YouTube, Facebook หรือเว็บไซต์ต่างประเทศ ให้เลือกเซิร์ฟเวอร์ในกลุ่ม For China
  • หากต้องการใช้งานแอปหรือบริการของไทย แนะนำ TH for China หรือเซิร์ฟเวอร์ประเทศไทยที่ทีมงานแนะนำ
  • หากเซิร์ฟเวอร์ใดเชื่อมต่อไม่ได้ ควรทดลองเปลี่ยนไปใช้เซิร์ฟเวอร์อื่นในกลุ่มเดียวกัน เนื่องจากสถานการณ์การบล็อกอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

หมายเหตุ: สำหรับผู้ใช้งานในจีน โดยทั่วไป IKEv2 และ Super Protocol มักมีประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อดีกว่า Protocol อื่น และเป็น Protocol เริ่มต้นของ BullVPN บนหลายแพลตฟอร์ม

หากทดลองหลายเซิร์ฟเวอร์แล้วแต่ยังไม่สามารถเชื่อมต่อได้ กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อขอรายชื่อเซิร์ฟเวอร์ที่แนะนำ

ประเทศจีนมีระบบควบคุมและกรองการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เข้มงวด ทำให้การเชื่อมต่อ VPN อาจถูกจำกัดหรือถูกรบกวนเป็นระยะ ส่งผลให้บางเซิร์ฟเวอร์หรือบาง Protocol ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติในบางช่วงเวลา

ปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการเชื่อมต่อ ได้แก่

  • ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ที่ใช้งาน
  • เมืองหรือมณฑลที่อาศัยอยู่
  • ช่วงเวลาที่ใช้งาน
  • เซิร์ฟเวอร์และ Protocol ที่เลือกเชื่อมต่อ
  • มาตรการควบคุมอินเทอร์เน็ตที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

คำแนะนำสำหรับผู้ใช้งานในจีน

  • เลือกเซิร์ฟเวอร์กลุ่ม For China
  • ใช้งาน Protocol IKEv2 หรือ Super Protocol เป็นอันดับแรก
  • ทดลองเปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์หากเชื่อมต่อไม่ได้
  • หลีกเลี่ยงการใช้ WireGuard ในบางกรณี

หากพบปัญหาในการเชื่อมต่อ แนะนำให้ติดต่อทีมงานพร้อมแจ้งประเทศ เมืองที่อาศัยอยู่ และภาพปัญหาที่พบ เพื่อให้ทีมงานช่วยแนะนำเซิร์ฟเวอร์ที่เหมาะสมที่สุดในขณะนั้น

Private VPN คือบริการ VPN ที่ผู้ใช้งานจะได้รับ IP Address ส่วนตัว (Dedicated IP) หรือใช้งานผ่านเซิร์ฟเวอร์ที่จัดสรรเฉพาะ ไม่ต้องใช้งาน IP ร่วมกับผู้ใช้รายอื่นเหมือน VPN ทั่วไป

ข้อดีของ Private VPN

  • ได้รับ IP ส่วนตัว (Dedicated IP)
  • IP คงที่ (Fixed IP)
  • ลดโอกาสที่ IP จะได้รับผลกระทบจากการใช้งานของผู้ใช้รายอื่น
  • เหมาะสำหรับงานที่ต้องการกำหนด IP เฉพาะ เช่น การเข้าถึงระบบบริษัท เซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว หรือระบบที่มีการ Whitelist IP

เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่ต้องการ Fixed IP
  • ธุรกิจหรือองค์กรที่ต้องการจำกัดการเข้าถึงด้วย IP
  • ผู้ที่ต้องการใช้งาน IP ส่วนตัวโดยเฉพาะ

หมายเหตุ: Private VPN แตกต่างจากแพ็กเกจ VPN ปกติที่ผู้ใช้งานจะใช้ IP ร่วมกับผู้ใช้รายอื่นบนเซิร์ฟเวอร์เดียวกัน หากต้องการใช้งาน Private VPN หรือ Dedicated IP สามารถติดต่อทีมงานเพื่อสอบถามรายละเอียดและแพ็กเกจที่เหมาะสม

BullVPN มีบริการสำหรับองค์กรที่ต้องการใช้งาน VPN ภายในบริษัท โดยสามารถเลือกใช้งานได้ทั้ง Private IP, White list IP ,Reseller หรือการสร้างบัญชีสำหรับพนักงานหลายคนภายใต้การจัดการของบัญชีหลัก

เหมาะสำหรับ

  • บริษัทที่ต้องการให้พนักงานเชื่อมต่อผ่าน IP เดียวกัน
  • องค์กรที่ต้องการกำหนดสิทธิ์การใช้งาน VPN ให้พนักงาน
  • ธุรกิจที่ต้องการ Fixed IP หรือ Dedicated IP สำหรับเข้าถึงระบบภายใน
  • ผู้ดูแลระบบที่ต้องการจัดการหลายบัญชีจากศูนย์กลาง

สิ่งที่ BullVPN สามารถให้บริการได้

  • สร้าง Private IP สำหรับองค์กร
  • สร้างบัญชีพนักงานหลายบัญชี
  • จัดการบัญชีพนักงานผ่านบัญชีหลัก

หากสนใจใช้งานสำหรับองค์กร สามารถแจ้งจำนวนผู้ใช้งาน จำนวนบัญชีที่ต้องการ และประเทศของ IP ที่ต้องการใช้งาน เพื่อให้ทีมงานช่วยแนะนำแพ็กเกจที่เหมาะสม

เงื่อนไขการคืนเงิน

  • ไม่สามารถยืนยันตัวตนเข้าสู่ระบบของเราได้
  • หลังจากเข้าสู่ระบบไม่สามารถเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ของเราได้
  • หลังจากเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ของเรา ไม่สามารถเปลี่ยน IP การเชื่อมต่อได้ตามที่โฆษณา
  • การคืนเงินบริษัทจะดำเนินการให้เฉพาะปัญหาที่เกิดจากความบกพร่องของระบบหรือเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทเท่านั้น และผู้ใช้งานจะต้องให้ความร่วมมือในการพิสูจน์ยืนยันถึงความผิดปกติดังกล่าวจนจบกระบวนการ

หากติดปัญหาในการใช้งานสามารถติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อรับความช่วยเหลือได้ในทันที

  • หากใช้งาน BullVPN ไปแล้วเกิน 7 วัน จะไม่สามารถทำการคืนเงินได้
  • ขอสงวนสิทธิ์การขอคืนเงินเฉพาะลูกค้าที่มีการชำระค่าบริการแพ็คเกจ 1 เดือนขึ้นไป เท่านั้น
  • ขอสงวนสิทธิ์การขอคืนเงินได้เฉพาะราคาแพ็คเกจปกติ การใช้โค้ดส่วนลดและโปรโมชั่น ไม่สามารถขอคืนเงินได้
  • หากทีมงานสามารถแก้ไขปัญหาได้ภายใน 7 วัน ทีมงานยินดีมอบวันชดเชยให้กับลูกค้าโดยจะเริ่มนับจากวันที่แจ้งปัญหา

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงและนโยบาย ได้ที่ : https://www.bullvpn.com/term 

บริการ BullVPN ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ โดยนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ได้อธิบายแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงและนโยบาย ได้ที่ : https://www.bullvpn.com/term 

หากติดปัญหา หรือ มีข้อสงสัยในการใช้งาน BullVPN สามารถติดต่อฝ่ายช่วยเหลือผ่านช่องทางดังต่อไปนี้

ช่วงเวลาให้บริการ ตามเวลาไทย (GMT+7)

  • วันจันทร์ - อาทิตย์ 09.00 - 23.00 นาฬิกา
  • วันหยุดพิเศษ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10.00 - 20.00 นาฬิกา

ทีมงานของเราจะติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด