pattern

ทำไมจีนบล็อก Facebook และใช้อินเทอร์เน็ตยังไง?

     32,835

pattern

why-china-blocks-facebook-vpn

สำหรับใครที่กำลังวางแผนเดินทางไปประเทศจีน ไม่ว่าจะไปท่องเที่ยว เรียนต่อ หรือติดต่อธุรกิจ สิ่งหนึ่งที่สร้างความกังวลใจให้ไม่น้อยและต้องวางแผนให้ดีคือเรื่องของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หลายคนมักตั้งคำถามว่า ไปจีนใช้ Facebook ได้ไหม? หรือแม้แต่ Google ใช้ในจีนได้ไหม? เพราะเมื่อคุณก้าวเท้าเข้าสู่แผ่นดินจีน แพลตฟอร์มยอดฮิตอย่าง Facebook, Google, YouTube, Instagram หรือ Line จะถูกปิดกั้นการเข้าถึงทันที

สาเหตุหลักที่ทำให้เราไม่สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันเหล่านี้ได้ เกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบคัดกรองและควบคุมอินเทอร์เน็ตระดับชาติที่เรียกว่า Great Firewall ซึ่งหากต้องการเชื่อมต่อกับโลกภายนอกเพื่อพูดคุยกับครอบครัวหรืออัปเดตงาน การเตรียม VPN ที่ใช้งานได้ในประเทศจีน จึงเป็นสิ่งที่ควรต้องจัดการให้เรียบร้อยตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง

Great Firewall คืออะไร?

ระบบควบคุมอินเทอร์เน็ตของประเทศจีน

หลายคนอาจสงสัยว่า Great Firewall คืออะไร? พี่วัวขออธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ คือระบบเซ็นเซอร์และคัดกรองอินเทอร์เน็ตระดับชาติที่พัฒนาและบริหารจัดการโดยรัฐบาลจีน (อยู่ภายใต้โครงการที่ชื่อว่า Golden Shield Project) ระบบนี้ทำหน้าที่เป็นเสมือน กำแพงดิจิทัล ที่คอยตรวจสอบ คัดกรอง และบล็อกการเข้าถึงเว็บไซต์ รวมถึงแอปพลิเคชันจากต่างประเทศที่ไม่ผ่านการอนุมัติจากทางการ

จุดประสงค์หลักในการสร้างกำแพงดิจิทัลนี้ คือเพื่อรักษาความมั่นคงของชาติ คัดกรองเนื้อหาที่รัฐบาลมองว่าไม่เหมาะสม ขัดต่อศีลธรรม หรือยุยงปลุกปั่น และป้องกันไม่ให้ข้อมูลข่าวสารจากภายนอกเข้ามาสร้างความสับสนวุ่นวายภายในประเทศ
เว็บไซต์และแอปที่ถูกจำกัดในจีน

ด้วยกลไกการทำงานที่เข้มงวดและมีการอัปเดตอยู่ตลอดเวลาของ Great Firewall ทำให้มี แอปหรือเว็บที่ถูกบล็อกในจีน เป็นจำนวนมาก ซึ่งล้วนเป็นบริการที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน 

ตัวอย่างเช่น

  • โซเชียลมีเดีย: Facebook, Instagram, X (Twitter), Threads
  • วิดีโอสตรีมมิง: YouTube, Netflix, Twitch
  • แอปแชตและสื่อสาร: Line, WhatsApp, Telegram, Messenger
  • บริการจาก Google: Google Search, Gmail, Google Drive, Google Maps, Google Translate

ทำไมจีนถึงบล็อก Facebook?

จุดเริ่มต้นจากการควบคุมข้อมูลข่าวสารภายในประเทศ

หากเจาะลึกถึงคำถามที่ว่า ทำไมจีนต้องบล็อก Facebook? ย้อนกลับไปในเดือนกรกฎาคม ปี 2009 เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในเขตซินเจียงอุยกูร์ ผู้ประท้วงได้ใช้ Facebook เป็นเครื่องมือหลักในการนัดหมายและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นั้นเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้รัฐบาลจีนตระหนักถึงพลังของโซเชียลมีเดียตะวันตก และตัดสินใจบล็อก Facebook อย่างถาวร เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมความสงบเรียบร้อย

ความมั่นคงและนโยบายด้านอินเทอร์เน็ต

จีนยึดถือนโยบาย อธิปไตยไซเบอร์ (Cyber Sovereignty) ซึ่งหมายความว่า รัฐบาลมีสิทธิ์เด็ดขาดในการควบคุมดูแลพื้นที่อินเทอร์เน็ตภายในอาณาเขตของตน การไม่อนุญาตให้แพลตฟอร์มต่างชาติที่รัฐบาลไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลผู้ใช้งานได้ (Data Privacy) เข้ามาทำธุรกิจ ถือเป็นการสกัดกั้นข่าวลือและป้องกันการแทรกแซงจากต่างชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่งเสริมแพลตฟอร์มภายในประเทศ

นอกเหนือจากเหตุผลด้านความมั่นคงแล้ว การบล็อกแอปต่างชาติยังเป็นกลยุทธ์สำคัญในการปกป้องและผลักดันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีภายในประเทศให้เติบโต วันนี้จีนสามารถสร้างระบบนิเวศดิจิทัล (Digital Ecosystem) ของตัวเองที่แข็งแกร่งและล้ำสมัยมาก 

ตัวอย่างเช่น

WeChat: ซูเปอร์แอปที่ทำได้ตั้งแต่แชต จ่ายเงิน จองตั๋ว ไปจนถึงเรียกแท็กซี่

Weibo: แพลตฟอร์มไมโครบล็อกที่มีลักษณะคล้าย X (Twitter)

Baidu: เสิร์ชเอนจินหลักที่คนจีนใช้ค้นหาข้อมูล

Douyin / Bilibili / Youku: แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นและยาวที่เข้ามาทดแทนสื่อบันเทิงตะวันตก

Google และ YouTube ใช้งานในจีนได้หรือไม่?

บริการ Google ที่ถูกจำกัด

สำหรับข้อสงสัยที่ว่า Google ใช้ในจีนได้ไหม? คำตอบคือ บริการแทบทุกอย่างของ Google ถูกบล็อกอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นหน้าต่างค้นหาข้อมูล Google Search, การเช็กอีเมลผ่าน Gmail, พื้นที่ฝากไฟล์ Google Drive ไปจนถึงระบบนำทาง Google Maps ซึ่งตรงนี้จะสร้างความลำบากให้กับนักท่องเที่ยวที่คุ้นเคยกับการปักหมุดและเดินตามแผนที่ของ Google อย่างมาก

YouTube ถูกบล็อกในจีนหรือไม่?

แน่นอนว่าสำหรับคำถาม YouTube ใช้ในจีนได้ไหม ก็ได้รับคำตอบเดียวกันคือ ใช้งานไม่ได้เนื่องจาก YouTube เป็นแพลตฟอร์มคลังวิดีโอระดับโลกที่ผู้ใช้งานสามารถอัปโหลดเนื้อหาได้อย่างเสรี ทำให้รัฐบาลจีนไม่สามารถคัดกรองเนื้อหาแบบเรียลไทม์ได้ YouTube จึงถูกบล็อกไปพร้อม ๆ กับบริการอื่นของ Google

ไปจีนแล้ว Facebook ใช้ได้ไหม?

สำหรับคนที่ยังกังวลว่า Facebook ใช้ในจีนได้ไหม หรือ ไปจีนใช้ Facebook ได้ไหม? คำตอบคือ โดยปกติแล้วใช้งานไม่ได้ ทั้ง Facebook, Instagram และบริการของ Google จะแสดงผลเป็นหน้าจอโหลดค้าง หรือ No Internet Connection ทันทีเมื่อคุณเชื่อมต่อ Wi-Fi หรือใช้ซิมการ์ดของเครือข่ายโทรศัพท์ในประเทศจีน

ด้วยข้อจำกัดด้านการเข้าถึงเว็บไซต์และบริการออนไลน์บางประเภทในประเทศจีน การเตรียม VPN ที่ใช้งานได้ในประเทศจีน ไว้ก่อนเดินทาง จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อกับบริการออนไลน์ที่คุ้นเคยได้สะดวกยิ่งขึ้นตลอดการเดินทาง

use-facebook-in-china

ผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวและคนทำงานเมื่อไม่มีแอปคุ้นเคย 

เมื่อแอปหรือบริการออนไลน์ที่ใช้อยู่เป็นประจำไม่สามารถใช้งานได้ในจีน อาจทำให้การเดินทางและการทำงานติดขัดมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยว นักเรียน หรือคนที่ต้องติดต่อธุรกิจระหว่างประเทศ

การติดต่อสื่อสารและการเดินทาง

หากไม่ได้เตรียมแอปอย่าง WeChat หรือ Alipay ไว้ล่วงหน้า การติดต่อกับเพื่อน คนท้องถิ่น หรือการชำระเงินตามร้านค้าต่าง ๆ อาจไม่สะดวกเท่าที่ควร อีกทั้งเมื่อ Google Maps ใช้งานไม่ได้ การค้นหาสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร หรือเส้นทางรถไฟใต้ดินก็อาจทำได้ยากขึ้น

อุปสรรคในการทำงาน

สำหรับผู้ที่เดินทางไปทำงานหรือต้องประสานงานกับทีมในต่างประเทศ การเข้าใช้งาน Gmail, Google Drive, Line หรือ Slack ไม่ได้ อาจกระทบต่อการสื่อสาร การส่งไฟล์ และการติดตามงานในแต่ละวัน ด้วยเหตุนี้ หลายองค์กรจึงมักเตรียมระบบ VPN China หรือ VPN ที่ใช้งานได้ในจีน ไว้ให้พนักงาน เพื่อช่วยให้การทำงานระหว่างเดินทางมีความต่อเนื่องมากขึ้น

ทำไมหลายคนจึงเลือกใช้ VPN ที่ใช้งานได้ในจีน?

VPN ทำงานอย่างไร?

VPN คืออะไร ทำงานอย่างไร? VPN (Virtual Private Network) จะทำหน้าที่สร้าง "อุโมงค์ลับ" ในการรับส่งข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต โดยระบบจะทำการซ่อน IP Address ปัจจุบันของคุณที่อยู่ในจีน เข้ารหัสข้อมูล (Encryption) ให้เป็นความลับ และเชื่อมต่อผ่านเซิร์ฟเวอร์ในต่างประเทศ ทำให้ระบบคัดกรองของจีนมองไม่ออกว่าคุณกำลังพยายามเข้าถึงเว็บไซต์อะไร

VPN ช่วยเข้าถึงบริการออนไลน์ที่คุ้นเคยได้อย่างไร?

เมื่อเปิดใช้งาน VPN ใช้ที่จีน ทราฟฟิกของคุณจะถูกจำลองเสมือนว่าคุณกำลังใช้งานอินเทอร์เน็ตจากประเทศต้นทางของเซิร์ฟเวอร์นั้น ๆ (เช่น จำลองว่าเล่นเน็ตจากประเทศไทย) ทำให้คุณสามารถทะลุกำแพงและเข้าใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ ได้ตามปกติ ทั้ง:

  • Facebook
  • Google
  • YouTube
  • Instagram
  • Line

เพิ่มความเป็นส่วนตัวขณะใช้งาน Wi-Fi สาธารณะ

เมื่อคุณออกเดินทาง คุณมักต้องพึ่งพา Wi-Fi สาธารณะตามสถานที่ต่างๆ เช่น:

  • โรงแรมและที่พัก
  • สนามบินและสถานีรถไฟ
  • ร้านอาหารและร้านกาแฟ

การเปิดใช้งาน VPN ควบคู่ไปด้วย จะช่วยป้องกันการถูกดักจับข้อมูลส่วนตัว รหัสผ่านธนาคาร หรือประวัติการแชตจากแฮกเกอร์ผู้ไม่หวังดีในเครือข่ายสาธารณะ เพิ่มความปลอดภัยขั้นสุดให้กับอุปกรณ์ของคุณ

วิธีเลือก VPN ที่ใช้งานได้ในจีน ให้คุ้มค่าและปลอดภัย

เนื่องจากทางการจีนมีการตรวจสอบและอัปเดตระบบเพื่อบล็อก VPN อย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้งานจึงควรเลือกบริการ VPN ที่มีความเสถียร อัปเดตระบบสม่ำเสมอ และมีทีมซัพพอร์ตคอยให้คำแนะนำเมื่อพบปัญหา

ควรติดตั้งก่อนเดินทาง

กฎเหล็กที่ห้ามลืมเด็ดขาดคือ คุณต้องดาวน์โหลดและสมัครใช้งานให้เรียบร้อยตั้งแต่ตอนอยู่ประเทศไทย เพราะเมื่อคุณเดินทางไปถึงจีน หน้าเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ VPN รวมถึง App Store ของบริการเหล่านี้จะถูกบล็อก ทำให้คุณไม่สามารถดาวน์โหลดได้เมื่อไปถึง

มีเซิร์ฟเวอร์หลายประเทศให้เลือก

ควรเลือก VPN ที่มีตัวเลือกเซิร์ฟเวอร์หลากหลาย โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงแถบเอเชียเพื่อความเสถียรและความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ดีเยี่ยม เช่น 

  • ไทย
  • ญี่ปุ่น
  • สิงคโปร์
  • ไต้หวัน
  • ฮ่องกง

รองรับมือถือและคอมพิวเตอร์ครบถ้วน

VPN ที่ดีควรมีแอปพลิเคชันที่ครอบคลุมทุกอุปกรณ์ที่คุณพกพา ไม่ว่าจะเป็นระบบ:

  • iOS (iPhone, iPad)
  • Android
  • Windows
  • macOS

บริการดูแลลูกค้า (Customer Support)

หากเกิดปัญหาเชื่อมต่อไม่ได้ขณะอยู่ในจีน การมีทีมงานคอยให้คำแนะนำถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณแก้ไขปัญหาได้เร็วขึ้น และกลับมาใช้งานอินเทอร์เน็ตหรือบริการออนไลน์ที่จำเป็นได้อย่างต่อเนื่อง

BullVPN ตัวเลือกสำหรับผู้ที่มองหา VPN ที่ใช้งานได้ในจีน

หากคุณกำลังมองหา VPN ที่ใช้งานได้ในจีน สำหรับเตรียมไว้ก่อนเดินทาง BullVPN เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา และคนทำงานที่ต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างเป็นส่วนตัวและยืดหยุ่นมากขึ้น โดยมีจุดเด่นที่ช่วยให้การใช้งานสะดวกขึ้น ดังนี้

  • เซิร์ฟเวอร์มากกว่า 300+ แห่งทั่วโลก สามารถเลือกเชื่อมต่อได้หลายพื้นที่ และสลับเซิร์ฟเวอร์ได้ตามความเหมาะสม
  • ครอบคลุม 49 ประเทศ รองรับการใช้งานผ่านเซิร์ฟเวอร์ในหลายภูมิภาค เช่น VPN เซิร์ฟเวอร์ไทย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และประเทศอื่น ๆ
  • รองรับหลายอุปกรณ์ ใช้งานได้ทั้งสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ ติดตั้งง่าย ไม่ซับซ้อน
  • Server VPN for China มีเซิร์ฟเวอร์พิเศษ for China สำหรับการใช้งานที่ประเทศจีนโดยเฉพาะ 
  • ทีมซัพพอร์ตคนไทย คอยให้คำแนะนำเมื่อพบปัญหาการเชื่อมต่อหรือการตั้งค่าใช้งาน
  • เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านไอที ก็สามารถเริ่มต้นใช้งานได้

FAQ

1. สรุปแล้ว ไปจีนใช้ Facebook ได้ไหม? 

สำหรับคนที่สงสัยว่า Facebook ใช้ในจีนได้ไหม คำตอบคือ ไม่ได้ หากใช้เน็ตหรือ Wi-Fi ของจีนโดยตรง แต่จะเล่นได้ก็ต่อเมื่อคุณเปิดซิมโรมมิ่งจากไทย หรือเปิดใช้งาน VPN ที่ใช้งานได้ในประเทศจีน ควบคู่ไปด้วย

2. Google ใช้ในจีนได้ไหม? และ YouTube ใช้ในจีนได้ไหม? 

ไม่ได้เช่นกัน ทั้ง Google Search, Gmail, Google Maps รวมถึง YouTube ล้วนถูกจัดเป็น แอปที่ใช้ไม่ได้ในจีน หากต้องการค้นหาข้อมูลหรือดูคลิปวิดีโอ ต้องเชื่อมต่อ VPN ใช้ที่จีน เพื่อมุดไปใช้งานที่เซิร์ฟเวอร์ประเทศอื่น

3. Great Firewall คืออะไร ทำไมถึงบล็อกแอปเยอะขนาดนี้? 

Great Firewall คือ ระบบเซ็นเซอร์และคัดกรองอินเทอร์เน็ตของรัฐบาลจีน ทำหน้าที่บล็อกเว็บไซต์และแอปพลิเคชันจากต่างประเทศเพื่อควบคุมข้อมูลข่าวสารและความมั่นคงภายในประเทศ

4. ควรดาวน์โหลดและติดตั้ง VPN จีน ตอนไหน? 

ต้องโหลดและสมัคร VPN ที่ใช้ได้ในจีน ให้เสร็จตั้งแต่ตอนอยู่ประเทศไทย เพราะถ้าเดินทางไปถึงจีนแล้ว เว็บไซต์และแอปสโตร์มักจะถูกบล็อก ทำให้ไม่สามารถดาวน์โหลดแอป VPN ใหม่ได้