
แพลนทริปพร้อม ตั๋วเครื่องบินพร้อม จัดกระเป๋าเรียบร้อย แล้วเรื่องอินเทอร์เน็ตล่ะพร้อมหรือยัง? เวลาจะต้องเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศทีไร คำถามยอดฮิตตลอดกาลที่สายเที่ยวทุกคนต้องเจอก็คือ เน็ตต่างประเทศ ใช้อะไรดี? ถึงจะคุ้มค่าและตอบโจทย์การเดินทางของเรามากที่สุด เชื่อว่าหลายคนยังคงสับสนระหว่างการใช้ VPN, eSIM และ Roaming ว่าแต่ละอย่างมันคืออะไร แตกต่างกันตรงไหน แล้วสรุปแบบไหนถึงจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเรามากที่สุด
เพื่อให้ทริปนี้ราบรื่นไม่มีสะดุด วันนี้พี่วัวจะพาไปเจาะลึกรายละเอียดของแต่ละประเภทกันแบบหมดเปลือก เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย พร้อมแนะนำเคล็ดลับว่าทริปนี้ควรเลือกใช้งานแบบไหน รับรองว่าอ่านบทความนี้จบปุ๊บ ตัดสินใจได้ทันที พร้อมบินลัดฟ้าไปเช็กอินแบบชิลๆ ไร้กังวลเรื่องอินเทอร์เน็ตแน่นอน
VPN คืออะไร?
ก่อนที่เราจะไปเลือกซื้อแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต เรามาทำความรู้จักกับตัวช่วยสำคัญเรื่องความปลอดภัยกันก่อน หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อนี้บ่อยๆ แต่ก็ยังแอบสงสัยว่าสรุปแล้ว VPN คืออะไร กันแน่ พี่วัวจะขออธิบายให้ฟังแบบเข้าใจง่าย
VPN ทำงานอย่างไร
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เรามาดูการทำงานเบื้องหลังของเทคโนโลยีนี้กัน VPN (Virtual Private Network) เปรียบเสมือนอุโมงค์ลับส่วนตัวบนโลกอินเทอร์เน็ต ที่ช่วยสร้างเครือข่ายจำลองขึ้นมาครอบการเชื่อมต่อของเราเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง ทำให้เวลาที่เราเชื่อมต่อสัญญาณ Wi-Fi ข้อมูลทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรหัสผ่าน ประวัติการค้นหา หรือข้อมูลส่วนตัว จะถูกเข้ารหัสลับ (Encryption) เอาไว้ทั้งหมด กระบวนการนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้แฮกเกอร์หรือผู้ไม่หวังดีเข้ามาดักจับข้อมูลของเราไปได้
ข้อดีของ VPN
เมื่อรู้แล้วว่าระบบทำงานอย่างไร ทีนี้เรามาดูกันว่าการติดตั้ง VPN ติดเครื่องไว้ จะช่วยยกระดับประสบการณ์การเล่นเน็ตของเราได้อย่างไรบ้าง
- ปกป้องข้อมูล: ข้อนี้สำคัญมาก ยิ่งเวลาไปนั่งชิลตามคาเฟ่ในต่างประเทศ แล้วเผลอเชื่อมต่อ Public Wi-Fi ฟรีที่ไม่มีรหัสผ่าน ตัว VPN จะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันชั้นเยี่ยม ช่วยป้องกันการถูกขโมยข้อมูลสำคัญ เช่น พาสเวิร์ดโซเชียลมีเดีย หรือข้อมูลบัตรเครดิตเวลาช้อปปิ้งออนไลน์
- เปลี่ยน IP: การซ่อน IP Address ถือเป็นทีเด็ดของ VPN เลยก็ว่าได้ เพราะระบบจะทำการเปลี่ยนหมายเลข IP Address ของเราให้ไปตรงกับเซิร์ฟเวอร์ในประเทศที่เราเลือกเชื่อมต่อ ช่วยปกปิดตำแหน่งที่แท้จริง ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าเรากำลังเล่นเน็ตจากพิกัดไหนบนโลก
- ใช้งานเว็บไซต์หรือบริการจากประเทศอื่นได้: เคยไหมที่ไปเมืองนอกแล้วอยากดูซีรีส์เรื่องโปรดในสตรีมมิ่งของไทย แต่ระบบแจ้งว่าเนื้อหานี้ดูได้เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น? การเปลี่ยน IP Address ผ่าน VPN จะช่วยให้เรามุดภูมิภาคกลับมาดูคอนเทนต์ หรือเข้าเว็บไซต์ที่ถูกบล็อกในประเทศนั้นๆ ได้อย่างอิสระ
- เหมาะกับ Public Wi-Fi: การเดินทางย่อมหนีไม่พ้นการใช้ Wi-Fi ตามสนามบินหรือโรงแรม การมี VPN ช่วยให้อุ่นใจทุกครั้งที่เชื่อมต่อ สามารถทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชันธนาคารได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล
ข้อจำกัดของ VPN
แน่นอนว่าเทคโนโลยีทุกอย่างย่อมมีข้อควรระวัง เพื่อประกอบการตัดสินใจ VPN ไม่ใช่ตัวจ่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ตโดยตรง เราจำเป็นต้องมีอินเทอร์เน็ตพื้นฐานในเครื่องก่อน ถึงจะกดเชื่อมต่อ VPN ได้ นอกจากนี้ ในบางครั้งความเร็วอินเทอร์เน็ตอาจจะลดลงเล็กน้อย ซึ่งขึ้นอยู่กับคุณภาพของเซิร์ฟเวอร์และระยะทางของประเทศที่เราเลือกเชื่อมต่อ

eSIM ต่างประเทศ คืออะไร?
เมื่อจัดการเรื่องความปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงเรื่องของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกันบ้าง เรามาทำความรู้จักนวัตกรรมยอดฮิตของยุคนี้อย่าง eSIM กันเลย
eSIM คืออะไร
สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นเคย eSIM (Embedded SIM) คือซิมการ์ดรูปแบบดิจิทัลที่ถูกฝังชิปขนาดจิ๋วมาในตัวเมนบอร์ดของสมาร์ทโฟนตั้งแต่โรงงานเลย ทำให้เราไม่ต้องคอยพกเข็มจิ้มถาดซิมเพื่อสลับซิมการ์ดแบบเดิมๆ อีกต่อไป ถือเป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบายของคนยุคนี้สุดๆ
ข้อดีของ eSIM ต่างประเทศ
การใช้งาน eSIM สำหรับเดินทางไปต่างประเทศนั้นมีข้อดีที่ทำให้หลายคนติดใจจนไม่อยากกลับไปใช้ซิมแบบเดิม มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
- สมัครง่าย: ขั้นตอนการซื้อง่าย เพียงแค่เข้าไปซื้อผ่านเว็บไซต์ของตัวแทนจำหน่าย จะได้เป็น QR Code ส่งตรงเข้าอีเมล เราแค่สแกนและตั้งค่าผ่านเครื่องนิดหน่อย ก็พร้อมใช้งานได้เลย ไม่ต้องเสียเวลารอรับซิมทางไปรษณีย์
- ไม่ต้องเปลี่ยนซิม: หมดปัญหาเรื่องทำซิมหลักหล่นหายตอนไปเที่ยวเมืองนอก เพราะ eSIM ต่างประเทศ ทำให้เราสามารถเปิดใช้งานอินเทอร์เน็ตไปพร้อมๆ กับการสแตนด์บายรับสายจากเบอร์เดิมในเครื่องเดียวได้อย่างไร้รอยต่อ
- เปิดใช้งานได้ทันที: ทันทีที่กัปตันประกาศเครื่องแลนดิ้งปุ๊บ เราก็แค่กดสลับตั้งค่าในเครื่องไปใช้เครือข่ายของ eSIM ได้เลยทันที จะตอบแชทเรื่องงาน อัปเดตโซเชียล หรือเรียกแท็กซี่เข้าเมืองก็ทำได้แบบเรียลไทม์
ข้อจำกัดของ eSIM
ก่อนจะตัดสินใจซื้อ พี่วัวอยากให้ลองเช็กข้อจำกัดเหล่านี้ดูก่อน สิ่งสำคัญที่สุดคือยังไม่ใช่สมาร์ทโฟนทุกรุ่นในตลาดที่รองรับการใช้งาน eSIM จำเป็นต้องตรวจสอบสเปคเครื่องของตัวเองให้ดีก่อนกดสั่งซื้อ นอกจากนี้ บางแพ็กเกจของ eSIM อาจจะมีข้อจำกัดเรื่องการลิมิตการใช้งานและการแชร์ Hotspot อินเทอร์เน็ต ทำให้ไม่สามารถใช้งานหรือเผื่อแผ่เน็ตให้เพื่อนร่วมทริปได้สะดวกนัก
Roaming คืออะไร?
มาถึงอีกหนึ่งทางเลือกที่คลาสสิกและทรงพลังที่สุด สำหรับคนที่เน้นความสะดวกแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก นั่นก็คือการเปิดโรมมิ่งนั่นเอง
Roaming ทำงานอย่างไร
ถ้ามีเพื่อนในทริปมาถามว่า โรมมิ่ง คืออะไร พี่วัวอธิบายว่ามันคือบริการข้ามแดนอัตโนมัติจากเครือข่ายมือถือหลักที่เราใช้งานอยู่ในไทย โดยค่ายมือถือของเราจะไปทำสัญญากับเครือข่ายพันธมิตรในต่างประเทศ ทำให้ซิมการ์ดใบเดิมของเราสามารถวิ่งไปเกาะสัญญาณของประเทศนั้นๆ ได้โดยตรง
ข้อดีของ Roaming
หากพูดถึงจุดเด่น บริการนี้ถือว่ากินขาดในเรื่องของความรวดเร็วและบริการหลังการขาย ความสะดวกสบายคือสิ่งที่ Roaming มอบให้แบบเต็มพิกัด เราไม่ต้องยุ่งยากกับการตั้งค่าเครื่องใหม่ แค่กดรหัสสมัครแพ็กเกจล่วงหน้าก่อนเดินทาง ก็สามารถใช้เบอร์เดิมรับสายเข้า โทรออก รับ SMS แจ้งเตือน หรือรอรับรหัส OTP จากธนาคารและบัตรเครดิตได้เลยทันที แถมสัญญาณอินเทอร์เน็ตยังมักจะเสถียรและครอบคลุมพื้นที่ได้ดีมาก
ข้อจำกัดของ Roaming
ถึงแม้จะสะดวกแค่ไหน แต่ก็มีเรื่องที่ต้องระวังเอาไว้ให้ดี โดยปกติแล้วราคาแพ็กเกจ Roaming มักจะสูงกว่าการซื้อซิมท้องถิ่นหรือ eSIM พอสมควร และสิ่งที่ต้องระวังขั้นสุดคือเรื่องเน็ตรั่ว หากเราเผลอเปิดใช้งานอินเทอร์เน็ตทิ้งไว้โดยที่แพ็กเกจไม่ครอบคลุม หรือแพ็กเกจหมดอายุกลางทาง อาจเจอบิลเรียกเก็บเงินหลักพันถึงหลักหมื่นตอนสิ้นเดือนได้เลย
ตารางเปรียบเทียบ VPN vs eSIM vs Roaming
เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนและเปรียบเทียบกันได้ง่ายขึ้น พี่วัวได้สรุปคุณสมบัติหลักๆ ของทั้ง 3 รูปแบบมาไว้ในตารางนี้แล้ว ลองเทียบกันดูเลยว่าแบบไหนตอบโจทย์ที่สุด
|
คุณสมบัติ |
VPN |
eSIM |
Roaming |
|
จุดเด่นหลัก |
เน้นความปลอดภัยสูง, มุดภูมิภาค, เปลี่ยน IP ได้ตามต้องการ |
ซื้อง่ายผ่านออนไลน์, สะดวกรวดเร็ว, ไม่ต้องถอดซิมการ์ดให้วุ่นวาย |
สะดวกสบายที่สุด, รับ SMS ยืนยัน OTP ด้วยเบอร์เดิมได้ตลอดเวลา |
|
ระยะเวลาทริปที่แนะนำ |
เหมาะกับทุกระยะเวลา (ยิ่งอยู่ระยะยาว 1 เดือนขึ้นไปหรือไปเรียนต่อ ยิ่งคุ้มค่า) |
เหมาะกับทริปสั้นถึงปานกลาง (ประมาณ 1-2 สัปดาห์) เลือกแพ็กเกจตามจำนวนวันได้ลงตัว |
เหมาะกับทริปสั้น (ประมาณ 3-7 วัน) เน้นความสะดวกรวดเร็วแบบชั่วคราว |
|
การเชื่อมต่อ |
ต้องอาศัยสัญญาณอินเทอร์เน็ตเป็นฐานก่อนทำการเชื่อมต่อระบบ |
เป็นตัวจ่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Data) โดยตรงให้กับเครื่อง |
เป็นตัวจ่ายสัญญาณทั้งอินเทอร์เน็ต (Data) และการโทร (Voice) |
|
ความสะดวก |
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน สมัครแพ็กเกจ แล้วกดเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ |
สแกน QR Code จากอีเมล ตั้งค่าในเครื่องเล็กน้อยก็พร้อมใช้ |
แค่กดรหัสสมัครแพ็กเกจ พอเครื่องลงจอดก็เปิดใช้งานได้ทันที |
|
ราคาและความคุ้มค่า |
คุ้มสำหรับใช้งานระยะยาว เพิ่มความปลอดภัยและเปลี่ยนตำแหน่งเซิร์ฟเวอร์ได้ |
ราคาดี จับต้องได้ง่าย มีให้เลือกหลายแพ็กเกจตามปริมาณการใช้งาน |
ราคาสูงกว่าทางเลือกอื่น แลกมากับความสะดวกรวดเร็วระดับพรีเมียม |
เน็ตต่างประเทศใช้อะไรดี?
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนน่าจะพอเห็นภาพกว้างๆ แล้ว แต่ถ้ายังลังเลและมีคำถามในใจว่าสรุปแล้ว เน็ตต่างประเทศ ใช้อะไรดี นอกเหนือจากไลฟ์สไตล์แล้ว เรื่องของ ระยะเวลาการเดินทาง และ งบประมาณความคุ้มค่า ก็เป็นตัวแปรสำคัญที่ควรหยิบมาพิจารณาร่วมด้วย พี่วัวขอแนะนำให้เลือกใช้งานตาม Use Case หลักๆ ของทริปนั้นๆ ดังนี้เลย
VPN ต้องการความปลอดภัย หรือพำนักระยะยาว
สำหรับคนที่ต้องจัดการธุรกรรมการเงิน โอนเงิน ซื้อของออนไลน์ หรือชอบแวะนั่งทำงานเช็กอีเมลตามคาเฟ่และพื้นที่สาธารณะ VPN คือสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้เด็ดขาด เพื่อทำหน้าที่ซ่อน IP Address เข้ารหัสข้อมูล และป้องกันข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลจากกลุ่มแฮกเกอร์
นอกจากนี้ สำหรับคนที่ต้องเดินทางไปเรียนต่อ ทำงาน หรือพักผ่อนในต่างประเทศแบบระยะยาว (Long Stay) การเลือกซื้อแพ็กเกจ VPN แบบรายเดือนหรือรายปี ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่ามาก เพราะสมัครครั้งเดียวสามารถใช้งานได้ครอบคลุม ป้องกันได้หลายอุปกรณ์พร้อมกัน และยังช่วยให้เข้าถึงคอนเทนต์ แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง หรือเว็บไซต์จากไทยได้อย่างอิสระตลอดเวลาที่อยู่ต่างประเทศ
eSIM เที่ยวต่างประเทศระยะสั้น เน้นความคุ้มค่า
สำหรับสายลุยที่เน้นเดินทางท่องเที่ยวระยะสั้นๆ ประมาณ 1-2 สัปดาห์ และต้องการความคุ้มค่าควบคู่ไปกับความคล่องตัวสูง eSIM ต่างประเทศ คือคำตอบที่ตรงใจที่สุด จัดการง่าย ซื้อแพ็กเกจตามจำนวนวันที่ไปได้พอดี โหลดใช้งานได้รวดเร็ว ไม่ต้องพกซิมสำรองหลายอันให้รกกระเป๋า แถมยังควบคุมงบประมาณได้ชัดเจน จ่ายเท่าที่ใช้ ไม่ต้องกังวลเรื่องบิลเรียกเก็บเงินย้อนหลัง
Roaming ไม่อยากเปลี่ยนซิม เน้นความสะดวกขั้นสุด
ใครที่เดินทางทริปสั้นๆ 3-7 วัน ไม่อยากตั้งค่าสมาร์ทโฟนให้ยุ่งยาก และมีงบประมาณสำหรับค่าอินเทอร์เน็ตที่ยืดหยุ่น โรมมิ่ง คือคำตอบที่ตอบโจทย์ที่สุด โดยเฉพาะนักธุรกิจหรือคนที่ต้องรอรับสายเรื่องงานด่วน ไปจนถึงสายช้อปปิ้งที่ต้องรับรหัส OTP เพื่อยืนยันการตัดบัตรเครดิตตลอดทริป การเลือกใช้แพ็กเกจ Roaming จากค่ายมือถือเดิม จะให้ความรู้สึกอุ่นใจ ใช้งานได้ต่อเนื่อง และได้รับความสะดวกสบายแบบเต็มพิกัด
ทางเลือกที่ดีที่สุด
พี่วัวขอแนะนำว่าทางเลือกที่ตอบโจทย์การเดินทางยุคนี้ได้ดีที่สุด คือการ ใช้ eSIM คู่กับ VPN ไปพร้อมกัน เพราะเราจะได้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในราคาประหยัดจาก eSIM ต่างประเทศ มาเป็นฐานการเชื่อมต่อหลัก แล้วเปิดแอปพลิเคชัน VPN คลุมทับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและช่วยให้เข้าถึงคอนเทนต์จากทั่วโลกได้อย่างอิสระ เรียกว่าเป็นการจับคู่ที่คุ้มค่าและครอบคลุมการใช้งานจริงมากที่สุด
ควรใช้ VPN คู่กับ eSIM หรือไม่?
หลายคนอาจจะสงสัยว่ามี eSIM สำหรับเล่นเน็ตอยู่แล้ว ยังจำเป็นต้องใช้ VPN อีกไหม? พี่วัวมองว่าการใช้งานทั้งสองอย่างควบคู่กัน เป็นการเสริมประสิทธิภาพและอุดช่องโหว่ของกันและกันได้ดีเลยทีเดียว
ลองนึกภาพการใช้งานจริงตอนไปเที่ยวดูนะ ระหว่างที่เราออกไปเดินเล่นข้างนอก เราก็ดึงอินเทอร์เน็ตจาก eSIM มาใช้เปิดแผนที่นำทาง ค้นหาร้านอาหาร หรืออัปเดตโซเชียล โดยเปิด VPN ทิ้งไว้เบื้องหลังเพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
และพอถึงที่พัก หรือตอนไปนั่งรอตามร้านกาแฟและสนามบิน ทริคที่พี่วัวแนะนำคือให้สลับมาเชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi ฟรีของสถานที่นั้นๆ ร่วมกับการเปิด VPN เอาไว้เสมอ วิธีนี้นอกจากระบบจะช่วยซ่อน IP Address และป้องกันข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลจากการใช้ Public Wi-Fi แล้ว ยังช่วยเซฟปริมาณเน็ตของ eSIM เก็บไว้ใช้ตอนที่ต้องออกไปข้างนอกได้อีกด้วย ถือเป็นการใช้งานที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องความปลอดภัย และช่วยให้เราบริหารเน็ตที่มีจำกัดให้ใช้ได้คุ้มค่าตลอดทริป
VPN ที่ดีที่สุดสำหรับสายเที่ยวและไปต่างประเทศ
การเลือก VPN ไปเที่ยวต่างประเทศทั้งที จะหยิบตัวไหนมาใช้ก็ได้ แบบนั้นไม่แนะนำเลยนะ พี่วัวบอกเลยว่า VPN ที่ตอบโจทย์สายเที่ยวจริงๆ ต้องมีคุณสมบัติที่ช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้นและปลอดภัยเวลาอยู่ต่างบ้านต่างเมือง ลองมาเช็กลิสต์กันดูว่า VPN ที่ดีสำหรับการเดินทางควรมีคุณสมบัติอะไรบ้าง
- เซิร์ฟเวอร์ครอบคลุมและเสถียร: ต้องมีเซิร์ฟเวอร์ในประเทศที่เราเดินทางไป และที่สำคัญที่สุดคือต้องมีเซิร์ฟเวอร์ปลายทางที่เราต้องการเชื่อมต่อที่ความเร็วเสถียร เพื่อให้เราสามารถมุด IP Address กลับมาทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร หรือเปิดดูแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งรายการไทยได้แบบไม่มีสะดุด
- ทะลุบล็อกข้อจำกัดได้จริง: สำหรับใครที่แพลนไปเที่ยวจีน หรือประเทศที่มีการบล็อกโซเชียลมีเดีย VPN ต้องมีเทคโนโลยีที่สามารถเจาะทะลุข้อจำกัดเครือข่าย (Great Firewall) เพื่อให้เรายังคงติดต่อสื่อสารผ่าน Line, Facebook, IG หรือ TikTok ได้ตามปกติ
- แอปพลิเคชันใช้งานง่าย: เวลาไปเที่ยวเราก็อยากใช้เวลาไปกับการซึมซับบรรยากาศ แอปพลิเคชัน VPN จึงควรออกแบบมาให้กดเชื่อมต่อง่ายๆ ภายในไม่กี่คลิก สลับประเทศได้รวดเร็ว โดยไม่ต้องตั้งค่าระบบอะไรให้วุ่นวาย
- มีทีมงานดูแลและให้ความช่วยเหลือ: ข้อนี้สำคัญมาก เวลาเกิดปัญหาเชื่อมต่อไม่ได้ตอนอยู่เมืองนอก การมีทีมซัพพอร์ตคนไทยที่สามารถทักไปสอบถามและช่วยแก้ไขปัญหาให้ได้ทันที จะช่วยสร้างความอุ่นใจให้ทริปนั้นได้มากเลยทีเดียว
ซึ่งถ้ากำลังมองหาตัวช่วยที่มีคุณสมบัติครบตามเช็กลิสต์นี้ พี่วัวขอแนะนำ BullVPN เพราะเป็นแอปพลิเคชันที่ออกแบบมาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ ใช้งานง่าย มีเซิร์ฟเวอร์รองรับทั่วโลกรวมถึงไทย มุดทะลุเกราะป้องกันที่จีนได้สบายๆ แถมยังมีทีมงานคนไทยคอยสแตนด์บายดูแลให้คำปรึกษาตลอดทริป เรียกว่าโหลดติดเครื่องไว้ก็อุ่นใจในทุกๆ การเชื่อมต่ออย่างแน่นอน
ทริปหน้าไม่ต้องสับสนอีกต่อไป เพราะทั้ง VPN, eSIM และ Roaming ต่างก็มีจุดเด่นที่ตอบสนองการใช้งานคนละแบบ แต่ถ้าอยากให้ทริปนี้ราบรื่นและปลอดภัยที่สุด พี่วัวแนะนำให้พก eSIM ไว้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเป็นหลัก แล้วเปิด VPN ค้างไว้เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัว ให้ BullVPN ช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัย พร้อมพาคุณท่องโลกอินเทอร์เน็ตได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเช็กอินพิกัดไหนก็เล่นเน็ตได้อย่างมั่นใจ ไร้ข้อจำกัด
FAQ
VPN ใช้อินเทอร์เน็ตแทน eSIM ได้ไหม?
ไม่ได้เลย ระบบ VPN ไม่ใช่ตัวปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตโดยตรง เราจำเป็นต้องมีอินเทอร์เน็ตจากสัญญาณ Wi-Fi, eSIM หรือ แพ็กเกจ Roaming ก่อน ถึงจะสามารถเปิดแอปพลิเคชันเพื่อใช้งาน VPN ได้
eSIM กับ Roaming แบบไหนถูกกว่า?
หากเทียบในปริมาณอินเทอร์เน็ตที่เท่ากัน ส่วนใหญ่แล้ว eSIM ต่างประเทศ จะมีราคาแพ็กเกจที่คุ้มค่าและถูกกว่า Roaming ค่อนข้างมาก เหมาะกับคนที่ต้องการอินเทอร์เน็ตปริมาณมากๆ ในราคาที่ประหยัดกว่า
VPN จำเป็นไหมถ้ามี eSIM แล้ว?
จำเป็นมากๆ เพราะ eSIM ทำหน้าที่เพียงแค่ให้สัญญาณอินเทอร์เน็ต แต่ VPN ทำหน้าที่ให้ความปลอดภัย โดยเฉพาะตอนที่เราแวะไปเชื่อมต่อ Public Wi-Fi ฟรีตามทาง และยังเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยมุด IP Address ไปดูซีรีส์ หรือเข้าแอปพลิเคชันที่ถูกบล็อกในประเทศนั้นๆ ได้อีกด้วย
ไปจีนควรใช้ VPN หรือ eSIM?
พี่วัวแนะนำให้ใช้คู่กันไปเลย ประเทศจีนมีระบบการบล็อกแอปพลิเคชันที่เข้มงวดมาก (Great Firewall) ไม่ว่าจะเป็น Line, Facebook หรือ IG ต่อให้เราจะมีแพ็กเกจ eSIM ที่ใช้อินเทอร์เน็ตได้แรงแค่ไหน แต่ก็ไม่สามารถเข้าแอปพลิเคชันเหล่านี้ได้ตามปกติ การดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน VPN เตรียมไว้ตั้งแต่ที่ไทยแล้วนำไปใช้งานควบคู่กัน จะช่วยให้สามารถเล่นโซเชียล ติดต่อครอบครัว และใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างอิสระ

